วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ผลสอบชี้ปูตินอนุมัติใช้สารพิษโนวิช็อกปลิดชีพอดีตสายลับสองหน้า

ผลสอบชี้ปูตินอนุมัติใช้สารพิษโนวิช็อกปลิดชีพอดีตสายลับสองหน้า

ผลสอบสวนสาธารณะของสหราชอาณาจักรสรุป ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินต้องสั่งการให้ใช้สารทำลายประสาทโนวิช็อก ทำร้ายสายลับสองหน้าเมื่อปี 2018 เป็นการใช้อำนาจอย่างประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่งต้องเสียชีวิต

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงาน จากเหตุการณ์นายเซอร์เก สครีพัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย ถููกพบนอนหมดสติบนม้านั่งสาธารณะกับยูเลีย ลูกสาว ในเมืองซาลส์เบอรี ทางตอนใต้ของอังกฤษ เมื่อเดือน มี.ค. 2018 หลังมีการใช้สารทำลายประสาท “โนวิช็อก” บนลูกบิดประตูหน้าบ้านของนายสครีพัลในบริเวณนั้น

สี่เดือนต่อมานางดอว์น สเตอร์เจส คุณแม่ลูกสาม วัย 44 ปี เสียชีวิตจากการสัมผัสสารพิษหลังเธอและคู่ชีวิตพบขวดน้ำหอมปลอมที่เหล่าสายลับรัสเซียใช้ลักลอบขนสารพิษทำลายประสาทที่ใช้กันในกองทัพเข้ามายังสหราชอาณาจักร

ครอบครัวสครีพัลและตำรวจหนึ่งนายที่ไปยังบ้านของนายสครีพัลเจ็บป่วยสาหัสจากสารพิษแต่หายในภายหลัง 

ผลสอบสวนสาธารณะของสหราชอาณาจักร ได้ข้อสรุปเมื่อวันพฤหัสบดี (4 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น นายแอนโทนี ฮิวจ์ส อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ประธานคณะสอบสวนมั่นใจว่า ทีมเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหาร GRU พยายามฆาตกรรมนายสครีพัล ผู้ขายความลับรัสเซียให้กับอังกฤษแล้วย้ายมาอยู่อังกฤษหลังการแลกตัวสายลับในปี 2010

“ผมขอสรุปว่า ปฏิบัติการลอบสังหารเซอร์เก สตรีพัล ต้องได้รับอนุมัติในระดับสูงสุดโดยประธานาธิบดีปูติน”

“หลักฐานที่ว่านี่เป็นการโจมตีโดยรัฐรัสเซียนั้นมีท่วมท้น” นายฮิวจ์สระบุในรายงานและว่า ชาวรัสเซียสองคนที่เทสารโนวิช็อกไว้ที่ประตูบ้านของนายสครีพัลทิ้งขวดบรรจุสารพิษไว้โดยไม่ได้คำนึงว่าจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ขวดน้ำหอมบรรจุยาพิษขวดนั้นมากพอสังหารประชาชนได้เป็นพันๆ คน

การกระทำอัน“ประมาทเลินเล่ออย่างน่าตกใจ” เหล่านี้ หมายความว่าผู้ที่ต้องการลอบสังหาร, ผู้บังคับบัญชา GRUและผู้ที่อนุญาตให้โจมตี รวมถึงปูตินเอง จะต้องรับผิดชอบทางศีลธรรมต่อการเสียชีวิตของนางสเตอร์เจส

ด้านรัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง มองว่าการกล่าวหานี้เป็นการรณรงค์ต่อต้านรัสเซีย สถานทูตรัสเซีย ณ กรุงลอนดอนออกแถลงการณ์ตอบโต้รายงานข่าวผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า ทูตรัสเซียไปที่กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษแล้วเพื่อ“ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิงรวมถึงข้อกล่าวหาที่มุ่งเป้า”ปูติน รัฐบาลลอนดอนพยายาม “ขัดขวางกระบวนการเจรจาเพื่อการตกลงกันอย่างสันติเรื่องความขัดแย้งเกี่ยวกับยูเครน” ที่กำลังคืบหน้า

อังกฤษคว่ำบาตร GRU รอบใหม่

ตำรวจอังกฤษตั้งข้อหาลับหลังสามผู้ต้องสงสัยสมาชิกทีมลงมือของรัสเซียไปแล้วทั้งสามคนปฏิเสธข้อกล่าวหา ต่อมาชาวรัสเซียสองคนที่ถูกอังกฤษกล่าวหาว่าลงมือวางยาพิษได้ออกทีวีรัสเซียปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ พวกเขาเป็นนักท่องเที่ยวผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แค่มาเยี่ยมชมโบสถ์ในเมืองซาลส์เบอร์รีเท่านั้น

ในวันพฤหัสบดีรัฐบาลอังกฤษประกาศคว่ำบาตรหน่วยข่าวกรอง GRU รอบใหม่ และเรียกทูตรัสเซียเข้าพบกรณี “การรณรงค์ทำกิจกรรมเป็นปรปักษ์อย่างต่อเนื่อง”

แถลงการณ์จาก นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ระบุ

“สหราชอาณาจักรจะต่อต้านระบอบอันโหดร้ายของปูตินเสมอ และจะเปิดเผยถึงกลจักรสังหารของเขา”

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่ซาลส์เบอรีทำให้เกิดการขับทูตตะวันออก-ตะวันตกครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่สงครามเย็น ความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกกับลอนดอนเสื่อมถอยลง และแย่ลงไปอีกเมื่อรัสเซียรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในเดือน ก.พ.2022 อังกฤษจัดหาความช่วยเหลือทางทหารครั้งใหญ่ให้รัฐบาลเคียฟ

วางยาพิษคือ ‘แถลงการณ์สาธารณะ’

นายฮิวจ์สกล่าวด้วยว่า รัสเซีย “อยากเสี่ยงเพิ่มขึ้นทุกขณะ” ไม่ว่าจะเป็นการผนวกไครเมียเป็นของตนเองและยิงเครื่องบินโดยสารของมาเลเซียแอร์ไลน์ในปี 2014 ซึ่งเป็นการแสดงอำนาจของรัสเซีย

“ดูเหมือนว่าการโจมตีนายเซอร์เก สครีพัลโดยรัสเซียนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้แค้นเขาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการประกาศต่อสาธารณะทั้งในระดับนานาชาติและในประเทศว่า รัสเซียจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดในสิ่งที่ถือว่าเป็นผลประโยชน์ของตน”

แม้ก่อนหน้านั้นปูติน เคยประณามนายสครีพัลว่าเป็นคนทรยศ แต่ไม่มีอะไรชี้ว่า สายลับสองหน้ารายนี้ตกอยู่ในความเสี่ยงชัดเจน หรือมีการปกป้องเขามากพอ

รายงานฉบับนี้ถือเป็นการสอบสวนใหญ่ครั้งที่ 2 ที่กล่าวโทษปูตินโจมตีศัตรูบนแผ่นดินอังกฤษ

การสอบสวนในปี 2016 สรุปว่า ปูตินอาจสั่งใช้สารกัมมันตรังสี โพโลเนียม -210 ปลิดชีพนายอเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก ในกรุงลอนดอน เขาผู้นี้เป็นผู้แปรพักตร์ชาวรัสเซีย และเป็นอดีตสายลับหน่วยความมั่นคง FSB