เจ้าหน้าที่สหรัฐ-ยูเครนมองการเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซียได้ผล มาร์โก รูบิโอ มีความหวัง เห็นความคืบหน้าแม้การยุติสงครามที่ยืดเยื้อนานกว่าสามปียังมีความท้าทาย
เมื่อวันอาทิตย์ (30 พ.ย.) เจ้าหน้าที่สหรัฐนำโดยนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและยูเครนหารือกันที่ฟลอริดา ถึงการทำข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย
“เรายังคงมองความเป็นจริงถึงความยากลำบากที่เกิดขึ้น แต่ยังมีความหวังโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่ว่าเรามีความคืบหน้า ผมคิดว่าเรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่านี่ไม่ใช่แค่การยุติสงครามเท่านั้น... แต่เป็นการรักษาอนาคตของยูเครน อนาคตที่เราหวังว่าจะเจริญรุ่งเรืองมากกว่าที่เคยเป็นมา” นายรูบิโอกล่าวและว่าเป้าหมายคือการสร้างเส้นทางที่ทำให้ยูเครนมีอธิปไตยและเป็นอิสระ
การพูดคุยรอบนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐเสนอแผนสันติภาพที่ได้มีการหารือกันนานถึงสองสัปดาห์
นักวิจารณ์กล่าวว่าแผนนี้เอื้อประโยชน์ให้รัสเซีย ผู้ริเริ่มความขัดแย้งด้วยการรุกรานยูเครนในปี 2022
ฝ่ายสหรัฐมีนายสตีฟ วิตคอฟ ทูตพิเศษ และนายจาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมประชุมด้วย คาดว่านายวิตคอฟจะพบกับคู่เจรจาฝ่ายรัสเซียในสัปดาห์นี้
“มีหลายเรื่องที่ต้องทำ และแน่นอนว่ามีอีกฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยซึ่งต้องเป็นส่วนหนึ่งของสมการ เราจะคุยกันต่อไปในอาทิตย์นี้ เมื่อคุณวิตคอฟเดินทางไปมอสโก” นายรูบิโอกล่าว
ฝ่ายยูเครนเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำคณะเจรจา หลังจากนายแอนดรี เยอร์มัค หัวหน้าคณะทำงานประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี หัวหน้าทีมเจรจาคนเก่าลาออกเมื่อวันศุกร์ (28 พ.ย.) ท่ามกลางข่าวทุจริตฉาว ก็ได้นายรุสเต็ม อูเมรอฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มาเป็นหัวหน้าทีมคนใหม่
เมื่อการประชุมเริ่มต้นขึ้น นายอูเมรอฟกล่าวขอบคุณสหรัฐและเจ้าหน้าที่สำหรับการสนับสนุน
“สหรัฐรับฟังเรา สหรัฐสนับสนุนเรา และสหรัฐเดินเคียงข้างเรา” นายอูเมรอฟกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ
หลังการประชุม เขากล่าวว่าการเจรจามีประสิทธิผล “เราได้หารือกันถึงประเด็นสำคัญทั้งหมดที่สำคัญต่อยูเครน ต่อประชาชนชาวยูเครน และสหรัฐก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่” นายอูเมรอฟระบุ
ด้านเซเลนสกีคาดว่า ผลของการเจรจาครั้งก่อนๆ ในเจนีวาจะได้ข้อสรุปในวันอาทิตย์ โดยการประชุมที่เจนีวานั้นยูเครนเสนอแผนตอบโต้ข้อเสนอที่นายแดน ดริสคอลล์ เลขาธิการกองทัพบกสหรัฐเสนอต่อผู้นำในกรุงเคียฟเมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน
ขณะนี้ผู้นำยูเครนกำลังเผชิญกับวิกฤติทางการเมืองภายในประเทศที่เกิดจากการสอบสวนการทุจริตครั้งใหญ่ในภาคพลังงาน และกำลังพยายามตอบโต้เงื่อนไขที่เป็นมิตรกับมอสโก ในขณะที่กองกำลังรัสเซียรุกคืบในแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง





