ดัชนี Nasdaq 100 ร่วงกว่า 10% ในรอบ 1 เดือนจากเดือนต.ค. จนเข้าสู่ภาวะ ‘ปรับฐาน’ ในทางเทคนิค นักลงทุนกังวลการลงทุน AI มหาศาลแต่ยังไม่เห็นผลกำไร
บลูมเบิร์กรายงานว่า “ดัชนี Nasdaq 100” ดิ่งลงเข้าสู่ภาวะการ “ปรับฐาน” ในวันจันทร์ที่ 2 พ.ย. 2569 เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มากขึ้น
และคำถามที่ว่าเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่ทุ่มลงไปนั้น “เมื่อไหร่จึงจะเห็นผลกำไรที่ชัดเจน”
ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนี้ร่วงลง 1.4% ปิดที่ 27,989.82 จุด ส่งผลให้มูลค่าลดลงมากกว่า 10% จากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ซึ่งเข้าเกณฑ์การปรับฐานในทางเทคนิค
“ไบรอัน คัลเพปเปอร์” ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก James Investment Research ระบุว่า ผู้คนเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจเกี่ยวกับยอดการใช้จ่ายที่สูงลิ่วของบริษัทเหล่านี้
แม้ว่าดัชนียังคงเติบโตขึ้น 11% สำหรับปี 2026 นี้ แต่นี่ก็นับเป็นการปรับฐานครั้งที่ 3 ของปีแล้ว เนื่องจากการซื้อขายมีความผันผวนรุนแรง และนักลงทุนดูเหมือนจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ AI ไปในทุกๆ วัน
หุ้นของบริษัทอัลฟาเบท (Alphabet Inc.) บริษัทแม่ของกูเกิลเพิ่งเผชิญกับวันที่ย่ำแย่ที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทรายงานรายได้จากโฆษณาและการค้นหา ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ หุ้นของ Meta Platforms Inc. และ Amazon.com Inc. ก็ดิ่งลงเช่นเดียวกันจากผลประกอบการที่เพิ่งประกาศออกมา
ไบรอัน คัลเพปเปอร์ ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก James Investment Research กล่าวว่า "ผู้คนเริ่มกระวนกระวายใจกับการใช้จ่ายที่มากเหลือเกินของบริษัทเหล่านี้ ไม่ได้คิดว่ากระแส AI จะตายไปหรอกนะ แต่มันวิ่งนำหน้าความเป็นจริงไปไกลเกินไป ปีนี้ตลาดหุ้นแข็งแกร่งมากทีเดียว แต่นั่นก็นำไปสู่การที่ราคาหุ้นหลายตัวพุ่งสูงเกินพื้นฐาน โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยี AI เข้าไปผูกอยู่กับหุ้นหลากหลายประเภท"
นอกเหนือจากหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กลุ่ม Magnificent Seven แล้ว ฤดูกาลประกาศผลประกอบการรอบนี้ บริษัทอื่นๆอย่าง อินเทล (Intel Corp.) ผู้ผลิตชิป และ ServiceNow Inc. บริษัทด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งทั้งสองบริษัทต่างเผชิญกับการเทขายครั้งประวัติศาสตร์ หลังจากที่ได้ออกคาดการณ์ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง




