FBI ระบุ เกาหลีเหนือโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ พุ่งเป้าไบแนนซ์ โจรกรรมสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านดอลลาร์
เว็บไซต์บลูมเบิร์กรายงาน สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) แถลงเมื่อวันเสาร์ (30 ต.ค.)
“FBI พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ หน่วยสืบราชการลับสหรัฐ (USSS) และหน่วยสืบสวนคดีอาญาของกรมสรรพากรสหรัฐ (IRS-CI) ตรวจพบว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ TraderTraitor กำลังดำเนินการแปลงสินทรัพย์ที่ขโมยมา โดยส่วนใหญ่แปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัลอีเทอเรียม”
“คาดว่าสินทรัพย์เหล่านี้จะถูกนำไปฟอกเงินในขั้นตอนต่อไป โดยผ่านการแปลงสินทรัพย์ด้วยบริการการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) และบริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบทันที ก่อนที่จะนำเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินในขั้นตอนอื่น ๆ ต่อไป”
ก่อนหน้านั้น ไบแนนซ์เปิดเผยว่า บริษัทได้ชดเชยความเสียหายจากมูลค่าความเสียหายรวม 6,300 ล้านดอลลาร์ไปแล้วประมาณ 90% และมีแผนจะกลับมาเปิดให้บริการถอนเงินภายในวันอาทิตย์ (1 พ.ย.) ถือเป็นความคืบหน้าตามที่บริษัทประกาศไว้ว่าจะชดเชยความเสียหายให้แก่ลูกค้าทั้งหมด
แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่สุดของโลกยังยืนยันผ่านโพสต์โซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ว่า บริษัทจะรับผิดชอบต่อผลกระทบจากการโจรกรรมครั้งนี้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานได้รับความเสียหาย
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การโจมตีไบแนนซ์ ถือเป็นการโจรกรรมครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี และยังเป็นหนึ่งในเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดในภาพรวมอีกด้วย สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอุตสาหกรรมคริปโทฯ ที่กำลังพยายามผลักดันให้สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับการยอมรับและนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในสังคมกระแสหลักมากขึ้น
แฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือขึ้นชื่อเรื่องการก่อเหตุโจมตีแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีมาแล้วหลายครั้ง FBI และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เคยกล่าวหาว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์จากเกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดหลายกรณีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น การโจมตีแพลตฟอร์ม Bybit เมื่อปีที่แล้วสร้างความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์ และการโจรกรรมคริปโทฯ มูลค่าประมาณ 620 ล้านดอลลาร์ในปี 2565
สำหรับกลุ่ม TraderTraitor เป็นหน่วยแฮ็กเกอร์ระดับแนวหน้าของเกาหลีเหนือ ซึ่งก่อนหน้านี้ FBI เคยระบุว่าเป็นผู้แฮ็กแพลตฟอร์ม Bybit
ก่อน FBI แถลง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐกำลังตรวจสอบว่าเกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีไบแนนซ์ครั้งนี้หรือไม่
“พวกเขากำลังพูดกันว่าพวกเขารับประกันเรื่องนี้ได้ หรืออะไรทำนองนั้น” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ เมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.)
“มันเป็นการแฮ็ก นั่นคือปัญหา คุณรู้ไหมว่าในสมัยก่อน เวลาคุณเขียนเช็ค ก็แค่เอาเช็คไปขึ้นเงิน แต่คนเหล่านี้เป็นคนอีกยุคหนึ่ง คุณจะไม่มีวันได้เห็นเงินกลับมาอีกเลย ดังนั้น ผมจึงรู้สึกมาตลอดว่าเรื่องนี้มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย”
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะกลับมาเปิดช่องทางติดต่อกับเกาหลีเหนืออีกครั้ง โดยเสนอว่าอาจมีการพบปะหารือกับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์กลับลดระดับความคาดหวังถึงความเป็นไปได้ที่เขาจะพบกับคิม
“ผมไม่แน่ใจว่าจะมีใครร้องขอให้จัดการประชุมหรือไม่” ทรัมป์กล่าว





