ทริปรอบโลกกลายเป็นฝันค้าง เรือสำราญหรูจำใจหยุดเดินทางกลางคันที่กัมพูชา หลังพิษสงครามอิหร่านดันต้นทุนเชื้อเพลิง ‘พุ่งกว่า 300%’ ผู้โดยสารราว 200 คนต้องขึ้นฝั่ง ขณะที่บริษัทเร่งหาเงินทุนประคองกิจการ
วิกฤติราคาน้ำมันโลกพ่นพิษ บริษัทเรือสำราญหรูประกาศ “หยุดเดินทางรอบโลกกลางคัน” หลังต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งกว่า 300% จากสงครามอิหร่าน ส่งผลให้ผู้โดยสารราว 200 คนต้องสิ้นสุดทริปที่กัมพูชาอย่างไม่คาดฝัน ขณะที่บริษัทดิ้นหาเงินทุนและเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อความอยู่รอด
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท Villa Vie Residences ผู้ให้บริการเรือสำราญหรู Odyssey ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้ 650 คน ประกาศระงับการดำเนินงานชั่วคราว หลังเผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงอย่างรุนแรง โดยเรือจอดอยู่ใน “กัมพูชา” และบริษัทกำลังประสานงานให้ผู้โดยสารขึ้นฝั่ง พร้อมจัดหาที่พักชั่วคราว
มิคาเอล เพตเตอร์สัน ผู้ก่อตั้งบริษัทเปิดเผยว่า ขณะมีคำสั่งให้ขึ้นฝั่ง มีผู้โดยสารอยู่บนเรือประมาณ 200 คน แม้บริษัทจะรับผิดชอบค่าที่พักและการเดินทางภายในประเทศ แต่ยังไม่มีงบประมาณสนับสนุนค่าเดินทางออกจากกัมพูชา
ทั้งนี้ ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งจาก 1,800 ดอลลาร์ เป็น “8,000 ดอลลาร์” ต่อห้องพักต่อเดือน หลังสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานรายเดือนของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ 50% แตะ 3 ล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเรือเดินทะเลในสิงคโปร์พุ่งแตะ 1,339 ดอลลาร์ต่อตัน จากระดับประมาณ 700 ดอลลาร์ก่อนสงคราม
บริษัทพยายามลดต้นทุนด้วยการชะลอความเร็วเรือ และเพิ่มระยะเวลาจอดตามท่าเรือต่าง ๆ แต่ยังไม่สามารถชดเชยค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้
ล่าสุด บริษัทเสนอให้ผู้โดยสารจ่ายค่าบริการเพิ่มประมาณ 500 ดอลลาร์ต่อเดือน นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเพิ่มเติม ตราบใดที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง พร้อมเร่งหาแหล่งเงินทุนเพื่อให้เรือสามารถออกเดินทางต่อได้
สำหรับ Odyssey เริ่มออกเดินทางรอบโลกจากเมืองเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ เมื่อเดือนตุลาคม 2567 โดยมีรูปแบบธุรกิจแตกต่างจากเรือสำราญทั่วไป เพราะเปิดให้ผู้โดยสารเช่า ซื้อ หรือเช่าซื้อห้องพักเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว ราคาห้องพักสำหรับการอยู่อาศัยถาวรอยู่ที่ประมาณ 130,000–440,000 ดอลลาร์ พร้อมค่าบริการรายเดือนอีก 2,000–10,000 ดอลลาร์
เดิมเรือลำนี้มีกำหนดเดินทางผ่านหลายประเทศและสิ้นสุดปี 2569 ที่อินเดีย แต่แผนดังกล่าวต้องหยุดชะงัก โดยบริษัทเตรียมพิจารณาทางเลือกในการปรับโครงสร้างธุรกิจและเพิ่มทุนภายใน 60 วันข้างหน้า
วิกฤตครั้งนี้ สะท้อนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่านที่กำลังลุกลามสู่อุตสาหกรรมขนส่งและท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงไม่เพียงเพิ่มต้นทุนให้ผู้ประกอบการ แต่ยังบีบกำไร กระตุ้นเงินเฟ้อ และสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจที่พึ่งพาเชื้อเพลิงจำนวนมาก
อ้างอิง: bloomberg





