อินโดนีเซีย ‘หั่นส่งออกก๊าซธรรมชาติ’ ให้สิงคโปร์ 14% หันป้อนโรงไฟฟ้าในประเทศ ท่ามกลางความตึงเครียดปมหมอกควันข้ามพรมแดน ขณะที่นายกฯ สิงคโปร์ย้ำ ทุกฝ่ายต้องเคารพสัญญาพลังงาน
อินโดนีเซีย เริ่ม “ลดการส่งออกก๊าซธรรมชาติ” ไปยังสิงคโปร์ ตามนโยบายของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่ต้องการเพิ่มปริมาณพลังงานสำหรับใช้ภายในประเทศและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ขณะที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ออกมาย้ำว่า ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามข้อตกลงซื้อขายพลังงานที่ทำไว้
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โจโก ซิสวานโต หัวหน้าหน่วยงาน SKK Migas ซึ่งกำกับดูแลอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซต้นน้ำของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า อินโดนีเซียลดการส่งก๊าซผ่านท่อไปยังสิงคโปร์ประมาณ 31 ล้านลูกบาศก์ฟุตมาตรฐานต่อวัน หรือคิดเป็นราว 14% ของปริมาณส่งออกก๊าซผ่านท่อไปยังสิงคโปร์โดยเฉลี่ยในปีที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง อินโดนีเซีย-สิงคโปร์ จาก “ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน” หลังไฟป่าในอินโดนีเซียส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศของสิงคโปร์อย่างหนัก จนรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศเตรียมดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับบริษัทที่อาจมีส่วนรับผิดชอบต่อการเกิดไฟป่า
ขณะที่บาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีด้านพลังงานของอินโดนีเซีย ออกมาเตือนว่า รัฐบาลอาจทบทวนการส่งออกพลังงานให้ประเทศที่ไม่ให้ความเคารพอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม เขา “ไม่ได้ระบุชื่อประเทศใดโดยตรง” และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า การลดส่งออกก๊าซให้สิงคโปร์ครั้งนี้เป็นมาตรการตอบโต้ข้อพิพาทหมอกควัน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานกำกับดูแลตลาดพลังงานสิงคโปร์ (EMA) ระบุว่า ปริมาณก๊าซที่ลดลงนี้ คิดเป็นไม่ถึง 2% ของความต้องการใช้ก๊าซทั้งหมดต่อวันของสิงคโปร์ โดยคาดว่าการลดส่งออกจะใช้เวลาประมาณ 18 วัน พร้อมยืนยันว่า ประเทศมีพลังงานสำรองเพียงพอ และสามารถนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพิ่มเติมได้หากจำเป็น
ด้านลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แสดงท่าทีแข็งกร้าวเมื่อวันอาทิตย์ (25 ต.ค.) โดยย้ำว่า การจัดส่งก๊าซดังกล่าวอยู่ภายใต้สัญญาทางการค้า และสิงคโปร์คาดหวังให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตกลงกันไว้
“เราคาดหวังให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามพันธกรณีของตน และผู้นำเข้าก๊าซของสิงคโปร์จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ภายใต้สัญญาเหล่านี้” หว่องกล่าว
ทั้งนี้ “อินโดนีเซีย” เป็นผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดให้แก่สิงคโปร์ ซึ่งพึ่งพาก๊าซนำเข้าสำหรับการผลิตไฟฟ้าเกือบทั้งหมดของประเทศ
ซิสวานโตระบุว่า ก๊าซที่เดิมกำหนดส่งออกไปยังสิงคโปร์จะถูกเปลี่ยนมาใช้ผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ โดยก๊าซ 15 ล้านลูกบาศก์ฟุตมาตรฐานต่อวันจากแหล่งนาทูนา จะถูกส่งไปยังเกาะบาตัม ซึ่งเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์และการท่องเที่ยว ขณะที่อีก 16 ล้านลูกบาศก์ฟุตมาตรฐานต่อวันจากสุมาตรา จะถูกนำไปสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่บาตัม บินตัน และสุมาตรา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังเกาะบาตัมประสบเหตุไฟฟ้าดับครั้งใหญ่เป็นเวลานาน 16 ชั่วโมงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กระทบผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 411,000 ราย จนรัฐบาลอินโดนีเซียเปลี่ยนตัวผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้า PLN
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปราโบโว เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและให้ความสำคัญกับความต้องการภายในประเทศเป็นอันดับแรก
ขณะที่บาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีประสานงานด้านอุตสาหกรรมปลายน้ำและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ส่งสัญญาณว่าอินโดนีเซียอาจพิจารณา “ไม่ต่ออายุสัญญาส่งออกก๊าซ” ให้ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของตนเอง
ด้านหว่องระบุว่า สิงคโปร์ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนำเข้า LNG เพื่อกระจายแหล่งพลังงานและลดการพึ่งพาท่อส่งก๊าซจากต่างประเทศ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ “พลังงานนิวเคลียร์” เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและปล่อยคาร์บอนต่ำ แม้ยังต้องพิจารณาประเด็นด้านความปลอดภัยอย่างรอบคอบ
อ้างอิง: bloomberg




