วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘กาตาร์’ พลิกซื้อ LNG ‘สหรัฐ’ ดันหุ้นพลังงานอเมริกันพุ่ง

กาตาร์สั่งซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากคู่แข่งสำคัญอย่างสหรัฐ ปริมาณ 4 ล้านเมตริกตันต่อปี ยาวนานจนถึงปี 2054

KEY POINTS

  • กาตาร์ ซึ่งเดิมเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ ได้ลงนามในสัญญาระยะยาวเพื่อซื้อก๊าซ LNG จากบริษัท Cheniere Energy ของสหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลน
  • สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของสงครามกับอิหร่าน ซึ่งทำให้โรงงานผลิตหลักของกาตาร์เสียหายอย่างรุนแรง และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปได้ยาก
  • ข้อตกลงดังกล่าวส่งผลบวกอย่างมหาศาลต่อบริษัทพลังงานในสหรัฐฯ โดยทำให้ราคาหุ้นของบริษัทอย่าง Cheniere และ Venture Global พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน กาตาร์เคยครองตำแหน่งหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่หลังจากภาวะสู้รบดำเนินมาถึง 8 เดือน ประเทศมหาอำนาจแห่งอ่าวอาหรับแห่งนี้กลับต้องหันมาสั่งซื้อพลังงานจากคู่แข่งสำคัญอย่างสหรัฐ โดยบริษัท QatarEnergy ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกับ Cheniere Energy ผู้ส่งออกก๊าซรายใหญ่ของสหรัฐ เพื่อจัดซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ปริมาณ 4 ล้านเมตริกตันต่อปี ยาวนานจนถึงปี 2054 สะท้อนถึงการจัดระเบียบตลาดพลังงานโลกครั้งใหญ่ที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการอเมริกันเข้ามามีบทบาทนำอย่างเบ็ดเสร็จ

การบรรลุข้อตกลงซื้อขายก๊าซ LNG ระยะยาวระหว่าง QatarEnergy และ Cheniere Energy ถูกกำหนดโครงสร้างราคาโดยอ้างอิงราคาดัชนี Henry Hub ของสหรัฐ บวกกับค่าธรรมเนียมคงที่ โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยส่งมอบได้ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2030 เป็นต้นไป

อเล็กซ์ มุนตัน ผู้อำนวยการฝ่ายก๊าซโลกและ LNG จากบริษัท Rapidan Energy ในเมืองฮิวสตัน ระบุว่า แม้ปริมาณก๊าซที่โดฮาสั่งซื้อในครั้งนี้จะคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของปริมาณการค้า LNG ทั่วโลกที่มีมากกว่า 400 ล้านเมตริกตัน แต่หากพิจารณาในรูปแบบของสัญญาซื้อขายเดี่ยว ถือว่าเป็นหนึ่งในข้อตกลงที่มีมูลค่าและขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในตลาดสหรัฐ

สงครามอิหร่านได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อศักยภาพการผลิตของกาตาร์ ซึ่งเดิมทีเป็นผู้ส่งออก LNG อันดับสองรองจากสหรัฐ โดยการส่งออกต้องหยุดชะงักลงหลังจากโรงงานผลิตหลักใน รัส ลัฟฟาน ถูกอิหร่านโจมตีทางอากาศ จนสายการผลิตได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ขีดความสามารถในการส่งออกก๊าซของกาตาร์หายไปราว 17%

ซาอัด เชริดา อัล-คาบี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของกาตาร์ เปิดเผยว่า จำเป็นต้องใช้เวลาซ่อมแซมความเสียหายร่วมนานถึง 3 ปี และทำให้กาตาร์ต้องประกาศสภาวะเหตุสุดวิสัย เพื่อชะลอการส่งมอบตามสัญญาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนมีนาคม

นอกจากความเสียหายของโรงงานผลิตแล้ว ปัญหาการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการลำเลียงพลังงาน อัล-คาบี ระบุว่าขณะนี้กาตาร์สามารถส่งออกก๊าซได้ในปริมาณที่น้อยมากเนื่องจากเรือบรรทุกไม่สามารถสัญจรผ่านช่องแคบดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย

มุนตัน ชี้ว่า ก๊าซ LNG เป็นสินค้าที่ต้องขนส่งทางเรือเท่านั้น การที่ช่องแคบถูกตัดขาดทำให้กาตาร์ตกอยู่ในภาวะติดขัดอย่างรุนแรง และการเซ็นสัญญาระยะยาวกับบริษัทสหรัฐ เป็นสัญญาณชี้ว่ากาตาร์ประเมินความเสี่ยงแล้วว่าเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้ในเร็ววันจากการโจมตีของอิหร่าน QatarEnergy จึงปรับยุทธศาสตร์มาเน้นการขยายธุรกิจการค้าก๊าซ ผ่านการจัดหาพลังงานจากสหรัฐ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนและรักษาข้อตกลงการส่งมอบแก่ลูกค้าทั่วโลก

มานัฟ คุปตา นักวิเคราะห์จากธนาคาร UBS เปิดเผยว่า QatarEnergy เพิ่งได้รับวงเงินกู้ยืม 3 พันล้านดอลลาร์ จากธนาคารพาณิชย์ของจีน เพื่อนำมาใช้สิทธิซื้อก๊าซ LNG จากสหรัฐ สำหรับส่งมอบให้คู่สัญญาต่างชาติ นอกจากนี้ สำนักข่าว Reuters ยังรายงานว่า Venture Global ผู้ผลิตอีกรายของสหรัฐ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำสัญญาจัดหาก๊าซให้กาตาร์อีก 3 ล้านเมตริกตันต่อปี

สถานการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นปัจจัยบวกมหาศาลต่อบริษัทพลังงานในสหรัฐ โดยนับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้น ราคาหุ้นของ Cheniere และ Venture Global พุ่งขึ้นแล้ว 26% และ 40% ตามลำดับ ขณะที่วอลสตรีทมีมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อหุ้นกลุ่มนี้ โดยเหล่านักวิเคราะห์กว่า 90% แนะนำให้ซื้อหุ้น Cheniere โดยตั้งราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 314 ดอลลาร์ และ UBS ได้ให้ราคาเป้าหมายสูงถึง 340 ดอลลาร์ ด้าน Venture Global มีนักวิเคราะห์แนะนำให้ซื้อราว 60% โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 17 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นโอกาสปรับตัวขึ้นราว 35%