จับตาปัญหาหนี้ CoreWeave กว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งสัญญาณวิกฤติ นักลงทุนหวั่นฟองสบู่ AI หลังต้นทุนประกันผิดนัดชำระหนี้พุ่งเสี่ยงสูง
CNBC รายงานว่า วิกฤติความเชื่อมั่นเริ่มในลาม "ตลาดหนี้ AI" หลังต้นทุนประกันผิดนัดชำระหนี้ของบริษัท CoreWeave พุ่งแตะระดับเสี่ยงสูง ขณะที่ผลตอบแทนหุ้นกู้ทะยานถึงเกือบ 16% นักลงทุนกังวลบริษัทก่อหนี้กว่า 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่ยังไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดรองรับการลงทุนได้ หวั่นปัญหาลุกลามไปยังบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น
CoreWeave ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับ AI รูปแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า Neocloud มีภาระหนี้และภาระผูกพันรวมกันมากกว่า 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
ความตึงเครียดด้านเครดิตของ CoreWeave ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันพฤหัสบดีที่ 15 ต.ค. ท่ามกลางแรงเทขายหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ในวงกว้างทั่วโลก
บริษัทกำลังเผชิญแรงต้านจากนักลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการลงทุนด้าน AI มากเกินไป และระดับหนี้สินของบริษัท
อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ของ CoreWeave ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราผลตอบแทนจนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน (Yield to Maturity) ของหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ย 9.75% และครบกำหนดในปี 2031 พุ่งขึ้นแตะ 15.78%
ทั้งนี้ ราคาหุ้นกู้และอัตราผลตอบแทนจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม
ขณะเดียวกัน ส่วนต่างราคาสัญญาประกันความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ (CDS) อายุ 5 ปีของ CoreWeave ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักลงทุนใช้ป้องกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ พุ่งขึ้นเหนือ 1,140 เบสิสพอยต์ ณ ช่วงหนึ่งของการซื้อขาย ก่อนที่ล่าสุดจะลดลงมาอยู่ที่เกือบ 1,038 เบสิสพอยต์ เพิ่มขึ้น 16% จากสัปดาห์ก่อน และสูงขึ้นถึง 164% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ความกังวลตลาดหนี้ลามหุ้น AI
ความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเครดิตเริ่มลุกลามไปยังตลาดหุ้น AI ด้วย โดยหุ้น CoreWeave ปรับตัวลดลงระหว่างการซื้อขายวันพฤหัสบดี ก่อนฟื้นตัวกลับมาปิดตลาดบวก 5.94% หลังจากร่วงหนักถึง 15.5% เมื่อวันพุธ
ส่วนหุ้นบริษัท Neocloud รายอื่นๆ ก็เผชิญแรงกดดันในลักษณะเดียวกัน โดยหุ้น Nebius ร่วงลงในช่วงแรก ก่อนฟื้นตัวกลับมาปิดบวก 1.29% ส่วนหุ้น Iren ปิดตลาดลดลงไม่ถึง 1%
ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการลงทุนด้าน AI มากเกินไปยังขยายวงกว้างขึ้น เช่น หุ้น Micron Technology และ Advanced Micro Devices (AMD) เผชิญแรงขายตามหุ้นผู้ผลิตชิปในเกาหลีใต้ที่ร่วงลงอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม หุ้น Micron ปิดตลาดบวก 1.87% ขณะที่หุ้น AMD ลดลง 1.5%
แม้ความกังวลเกี่ยวกับหนี้สินในอุตสาหกรรม AI จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว แต่นักลงทุนเพิ่งเริ่มแสดงความวิตกอย่างชัดเจนต่อฐานะการเงินของบริษัทที่กู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อชิป สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และให้เช่ากำลังประมวลผล
หนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนความตึงเครียดดังกล่าวได้ชัดเจนคือ "ความเคลื่อนไหวสัญญา CDS ของ CoreWeave"
CDS เป็นสัญญาที่ผู้ซื้อจ่ายเงินเพื่อซื้อความคุ้มครองในกรณีที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ดังนั้น การที่ส่วนต่างราคา CDS ของ CoreWeave ปรับตัวสูงขึ้น จึงสะท้อนว่านักลงทุนมองว่าหนี้ของบริษัทมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
ฝ่ายซื้อขายหลักทรัพย์ของ Evercore ISI ระบุว่า ขณะนี้ตลาดกำลังส่งสัญญาณว่า "ไม่เอาอีกแล้ว" กับหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ AI "ซึ่งไม่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานรองรับ"
กาวาน โนแลน กรรมการบริหารฝ่ายกำหนดราคาตราสารหนี้ของ S&P Global Market Intelligence กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้ว หากส่วนต่างราคา CDS อยู่ที่ระดับ 1% ขึ้นไป ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังเผชิญภาวะตึงเครียดด้านเครดิต (Credit Distress)
โนแลนกล่าวว่า ไม่มีใครตั้งคำถามว่าความต้องการใช้บริการของ CoreWeave มีอยู่จริงหรือไม่ เพราะบริษัทมีสัญญากับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทั้งหมดอยู่แล้ว
แต่คำถามสำคัญคือ บริษัทจะสามารถสร้างกระแสเงินสดจากสัญญาเหล่านั้นได้จริงหรือไม่
"เห็นได้ชัดว่าขณะนี้บริษัทมีกระแสเงินสดอิสระติดลบอย่างหนัก และจำเป็นต้องมีกระแสเงินสดไหลเข้ามาจริง ๆ เพื่อรองรับรายจ่ายลงทุนมหาศาลที่กำลังดำเนินการอยู่" โนแลนกล่าว
ซีอีโอ CoreWeave โต้ตลาด มั่นใจสัญญาลูกค้า
ไมค์ อินทราเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ CoreWeave ออกมาปฏิเสธความกังวลจากความเคลื่อนไหวของตลาดเมื่อวันพุธ ตามบันทึกข้อความภายในบริษัทที่ CNBC ได้รับ
"เมื่อคุณกำลังสร้างบริษัทเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ย่อมมีบางช่วงเวลาที่ตลาดไม่เข้าใจและตอบสนองอย่างไม่มีเหตุผล" อินทราเตอร์ระบุ และเสริมว่า "เรามั่นใจในมูลค่างานตามสัญญาที่ยังรอรับรู้รายได้ ซึ่งมีมากเพียงพอที่จะรองรับภาระหนี้ทั้งหมดของบริษัท"
ด้านธนาคารดอยช์แบงก์ ระบุในบทวิเคราะห์วันพฤหัสบดีว่า CoreWeave มีมูลค่างานตามสัญญาที่ยังรอรับรู้รายได้มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ โดยประมาณสองในสามเป็นสัญญากับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุน (Investment Grade) รวมถึง Microsoft, Meta, IBM และ Caterpillar
ดอยช์แบงก์ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น CoreWeave ที่ประกาศไว้เมื่อวันพุธ โดยมองว่าความผิดปกติของราคาในตลาดครั้งนี้เป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้น
หวั่นวิกฤติเชื่อมั่น หนี้ Oracle เริ่มส่งสัญญาณเสี่ยง
จิม รีด หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาคและการลงทุนตามธีมระดับโลก กล่าวว่า ปัญหาคือความกังวลลักษณะนี้อาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ปัญหาเกิดขึ้นจริงตามที่ตลาดกลัว และเสี่ยงที่จะกระตุ้นให้เกิดปัญหาในวงกว้างกับบริษัทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI
ผลกระทบแบบลูกโซ่อาจเริ่มเกิดขึ้นแล้ว โดยส่วนต่างราคา CDS อายุ 5 ปีของ Oracle ก็พุ่งสูงขึ้นในสัปดาห์นี้เช่นกัน ล่าสุดอยู่ที่ 282 เบสิสพอยต์ เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ภายในหนึ่งสัปดาห์
รีดเตือนว่า "หากอันดับความน่าเชื่อถือของ Oracle ถูกปรับลดลงจากระดับ BBB ก็อาจทำให้นักลงทุนที่ได้รับอนุญาตให้ลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ระดับ Investment Grade ต้องเผชิญแรงกดดันจนจำเป็นต้องขายตราสารหนี้ออกมา"





