วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนรุ่นใหม่ 800 ล้านคน 'เสี่ยงไม่มีงานทำ' เหตุผลที่ 'เวิลด์แบงก์' ชูเรื่องงานที่กรุงเทพฯ

'ปาสกาล โดโนฮิว' ผู้บริหารระดับสูงเวิลด์แบงก์ เตือนวิกฤติการจ้างงานโลก คนรุ่นใหม่ 1.2 พันล้านคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่มีงานรองรับเพียง 400 ล้านตำแหน่ง ชู 'สร้างงาน' ภารกิจหลักของธนาคารโลก เตรียมเปิดยุทธศาสตร์ใหม่หนุน SMEs พร้อมชี้โจทย์ใหญ่ไทย 'แก่ก่อนรวย' ต้องเร่งพัฒนาทักษะแรงงานทุกช่วงวัย

KEY POINTS

  • ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าคนรุ่นใหม่ 600-800 ล้านคนทั่วโลกเสี่ยงไม่มีงานทำ เนื่องจากตำแหน่งงานที่สร้างขึ้นใหม่ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน
  • ด้วยความเสี่ยงดังกล่าว กลุ่มธนาคารโลกจึงชูประเด็น "การสร้างงาน" เป็นวาระสำคัญในการประชุมประจำปีที่กรุงเทพฯ โดยมองว่าการสร้างงานคือเป้าหมายหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
  • เป้าหมายไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนตำแหน่งงาน แต่เป็นการสร้าง "งานที่ดี" ที่มีคุณภาพ มีทักษะ และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อให้คนรุ่นใหม่มีอนาคตที่ดีและรู้สึกมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจ

คนหนุ่มสาว 1,200 ล้านคนกำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่โลกจะสร้างงานรองรับได้เพียง 400 ล้านตำแหน่งเท่านั้น นั่นหมายความว่าคนรุ่นใหม่ 600-800 ล้านคนเสี่ยงที่จะไม่มีงานทำ เรื่องนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดที่ "กลุ่มธนาคารโลก" (World Bank Group) ชูเป็นวาระหลักในการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกประจำปี 2026 ที่กรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ 

“ปาสกาล โดโนฮิว” (Paschal Donohoe) กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์ความรู้ กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การสร้างงานจะเป็นประเด็นหลักของการประชุมครั้งนี้ โดยธนาคารโลกมองว่าการระดมเงินทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนไม่ใช่แค่เป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยสร้างงาน เพิ่มโอกาสให้ประชาชน และทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจมีความยั่งยืน

“สิ่งที่คุณจะได้เห็นตลอดสัปดาห์นี้คือ การให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับคุณค่าของการสร้างงาน รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างการสร้างงาน การรักษาการจ้างงาน และเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดที่กลุ่มธนาคารโลกสามารถระดมมาได้”

โลกเสี่ยงขาดงานคนรุ่นใหม่ 800 ล้าน

เมื่อถามว่าเหตุใดธนาคารโลกจึงให้ความสำคัญกับการระดมเงินทุนจากภาคเอกชน (Private Capital Mobilization: PCM) และการสร้างงานเป็นพิเศษในเวลานี้ โดโนฮิวระบุว่า หากมองไปในช่วงหลายปีข้างหน้า จะมีคนหนุ่มสาวประมาณ 1,200 ล้านคนเข้าสู่ตลาดแรงงานทั่วโลก แต่ธนาคารโลกเชื่อว่าจะมีตำแหน่งงานรองรับคนเหล่านี้เพียงประมาณ 400 ล้านตำแหน่งเท่านั้น

“นั่นหมายความว่า จะมีคนหนุ่มสาวอีกประมาณ 600–800 ล้านคนที่เศรษฐกิจโลกยังไม่สามารถสร้างงานรองรับได้ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน นี่คือเหตุผลที่เราต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วนกับการสร้างงาน”

ผู้บริหารธนาคารโลกอธิบายว่า การระดมเงินทุนเอกชนและการใช้เงินทุนของธนาคารโลกไม่ได้เป็นเป้าหมายสองด้านที่แยกออกจากกัน เพราะเงินทุนเป็นเพียงเครื่องมือที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า นั่นคือการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสร้างงานให้ประชาชน

“การสร้างงานคือเป้าหมายหลักที่กำหนดทิศทางการทำงานของเรา (North Star) หากไม่มีการสร้างงาน การพัฒนาเศรษฐกิจก็จะยิ่งยากขึ้น และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถสร้างงานได้ก็จะขาดความยั่งยืนเมื่อเทียบกับการเติบโตที่มีการสร้างงานควบคู่กันไป”

สำหรับธนาคารโลกในฐานะสถาบันเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดโนฮิวมองว่าการสร้างงานจึงต้องเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี AI ความตึงเครียดทางการค้า วิกฤติสิ่งแวดล้อม และความผันผวนทางเศรษฐกิจ

คนรุ่นใหม่ 800 ล้านคน 'เสี่ยงไม่มีงานทำ' เหตุผลที่ 'เวิลด์แบงก์' ชูเรื่องงานที่กรุงเทพฯ

ชูสร้างงานรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

เมื่อถามถึงแนวทางใดที่ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กซึ่งมีอำนาจต่อรองไม่มากนัก ควรใช้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดโนฮิวระบุว่า สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ เศรษฐกิจโลกมีความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวจากแรงกระแทกต่างๆ ได้ดีกว่าที่ผ่านมา

แม้ประเทศกำลังพัฒนาขนาดเล็กและขนาดกลางกำลังเผชิญแรงต้านทางเศรษฐกิจอย่างหนัก และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตกำลังเปลี่ยนแปลงไป แต่เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ยังคงเติบโต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือกับวิกฤติ

สำหรับคำแนะนำต่อประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา โดโนฮิวย้ำว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะกำลังเผชิญปัญหาใด สิ่งสำคัญคือต้องไม่ละสายตาจากการสร้างงาน เพราะเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยปกป้องเศรษฐกิจจากความท้าทายระดับโลก

ธนาคารโลกได้ระบุภาคเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการสร้างงานไว้ 5 ภาคส่วน โดยโดโนฮิวยกตัวอย่างตั้งแต่อุตสาหกรรมอาหาร บริการสุขภาพ ไปจนถึงอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง

ทั้งนี้ ธนาคารโลกจะพิจารณาเป็นรายประเทศว่าภาคเศรษฐกิจใดมีความเหมาะสมมากที่สุด และจะใช้นโยบายรวมถึงการสนับสนุนเงินทุนช่วยพัฒนาภาคเศรษฐกิจเหล่านั้นได้อย่างไร

งานที่ดีต้องมีรายได้และโอกาสก้าวหน้า

นอกจากปัญหาจำนวนตำแหน่งงานที่อาจไม่เพียงพอแล้ว อีกหนึ่งความท้าทายคือ "ความกังวลของคนรุ่นใหม่" โดยเฉพาะรุ่น Gen Z ลงมาก ซึ่งอาจกำลังรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจ เพราะแม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งกลับรู้สึกว่า "ไม่ได้รับประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น และยังต้องแบกรับภาระจากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น"

เมื่อถามว่าการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกจะสามารถสร้างโอกาสให้คนรุ่นต่อไปได้อย่างไร โดโนฮิวกล่าวว่า ธนาคารโลกเข้าใจความกังวลของคนหนุ่มสาวเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง และเห็นด้วยกับข้อสังเกตเกี่ยวกับความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ โดยย้ำว่าการพูดถึงตัวเลขการจ้างงานจำนวนมหาศาลนั้น ต้องไม่ลืมว่าตัวเลขเหล่านี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนโดยตรง

“เมื่อเราพูดถึงตัวเลขการจ้างงาน ไม่ว่าจะเป็นหลายสิบล้านหรือหลายร้อยล้านตำแหน่ง เราต้องไม่ลืมว่าเบื้องหลังตัวเลขทุกตัวมีมนุษย์อยู่”

โดโนฮิวกล่าวว่า การมีงานทำมีความสำคัญต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และต่อความรู้สึกของแต่ละคนว่าตนเองมีบทบาทอย่างไรในระบบเศรษฐกิจและประเทศของตัวเอง การสร้างงานจึงไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของประชาชนที่มีต่ออนาคตของตนเองด้วย

“เรารู้ดีว่าการมีงานทำมีความสำคัญแค่ไหนต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และต่อความรู้สึกของคนคนหนึ่งว่า ตนเองมีบทบาทอย่างไรในระบบเศรษฐกิจและในประเทศของตัวเอง”

หากจะถามว่า "งานที่ดี" ในมุมมองของธนาคารโลกควรมีลักษณะอย่างไร โดโนฮิวอธิบายว่า งานที่ดีต้องเป็นงานที่ใช้ทักษะ เปิดโอกาสให้แรงงานสามารถพัฒนาตัวเองในภาคเศรษฐกิจนั้น และมีโอกาสก้าวหน้าไปสู่งานที่ดีขึ้นตลอดช่วงชีวิตการทำงาน และแน่นอนว่าต้องเป็นงานที่ให้ค่าตอบแทนที่ดีด้วย

“เรารู้ว่าจำนวนตำแหน่งงานที่สร้างขึ้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นสิ่งที่เราจะละเลยไม่ได้ แต่ขณะเดียวกัน งานที่สร้างขึ้นก็ต้องเป็นงานที่ดีและมีความยั่งยืนด้วย”

ด้วยเหตุนี้ ธนาคารโลกจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเศรษฐกิจที่สามารถสร้างงานที่มีคุณภาพ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้มีงานทำ โดยมองว่าการสร้างงานที่ดีจะช่วยให้คนหนุ่มสาวมีอนาคตที่ดีขึ้น และมีความรู้สึกที่ดีขึ้นต่อสถานะและบทบาทของตนเองภายในประเทศ

จ่อเปิดยุทธศาสตร์ใหม่ช่วย SMEs

โดโนฮิวเปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์ของการประชุม IMF–World Bank ที่กรุงเทพฯ ธนาคารโลกยังเตรียมเปิดตัว "ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฉบับใหม่สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)" โดยจะระบุแนวทางเชิงนโยบายที่ธนาคารโลกสามารถดำเนินการเพื่อช่วยเหลือธุรกิจเหล่านี้ได้โดยตรง ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะมีความสำคัญเป็นพิเศษต่อประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง

ประเด็นนี้เกิดขึ้นระหว่างการสัมภาษณ์ถึงแนวทางที่จะทำให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่สร้างประโยชน์ต่อ SMEs ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่มี SMEs มากกว่า 3 ล้านราย 

โดโนฮิวอธิบายว่า แม้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะสร้างงานได้ด้วยตัวเอง แต่หากดำเนินโครงการอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กได้ด้วย

เขายกตัวอย่าง "เกษตรกรรายย่อย" ที่ต้องการนำผลผลิตไปขายในตลาดท้องถิ่น ซึ่งจำเป็นต้องมีถนนหรือระบบรางสำหรับขนส่งสินค้า แม้เกษตรกรเหล่านี้จะไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่สามารถได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากการที่สามารถขนส่งผลผลิตไปยังตลาดและขยายกิจการได้สะดวกขึ้น

“เวลาที่เราพิจารณาโครงการที่ต้องการร่วมให้เงินทุนหรือสนับสนุน เราไม่ได้มองเฉพาะผลกระทบโดยตรงที่โครงการจะมีต่อเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องมองผลกระทบทางอ้อมด้วย และผลกระทบทางอ้อมเหล่านี้สามารถสร้างประโยชน์อย่างมากให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม”

สำหรับยุทธศาสตร์ SMEs ที่จะเปิดตัว โดโนฮิวระบุว่า งานของธนาคารโลกมุ่งเน้นประเทศกำลังพัฒนาเป็นหลัก แต่ก็ต้องคำนึงถึงความต้องการของเศรษฐกิจโลกโดยรวมด้วย โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะมีความสำคัญเป็นพิเศษต่อประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง

ชูแปลงหนี้เป็นเงินพัฒนา รับมือข้อจำกัดการคลัง

อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของประเทศกำลังพัฒนาคือ "ข้อจำกัดด้านงบประมาณและหนี้สาธารณะในระดับสูง" หลังเศรษฐกิจโลกเผชิญวิกฤติต่อเนื่องตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ไปจนถึงความตึงเครียดจากสงครามและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้รัฐบาลหลายประเทศมีพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) จำกัดมากขึ้น

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลต้องตัดสินใจว่าจะจัดสรรงบประมาณอย่างไรระหว่างการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI กับการลงทุนในทุนมนุษย์ เช่น การศึกษา ซึ่งต่างก็มีความสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว

เมื่อถามว่าประเทศกำลังพัฒนาจะสร้างสมดุลระหว่างความจำเป็นทั้งสองด้านนี้ได้อย่างไร โดโนฮิวระบุว่า ธนาคารโลกตระหนักดีว่านี่เป็นความรับผิดชอบสำคัญของรัฐบาลในเวลานี้ และได้พัฒนาแนวทางดำเนินงานร่วมกับ IMF ใน 3 ด้าน

ด้านแรกคือ "การบริหารจัดการหนี้เชิงรุก" โดยธนาคารโลกกำลังเริ่มใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Debt-for-Development Swap ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนภาระหนี้เพื่อนำทรัพยากรไปสนับสนุนการพัฒนา เช่น การลงทุนด้านการศึกษา

ด้านที่สองคือ "การสนับสนุนเงินทุนผ่านสมาคมพัฒนาการระหว่างประเทศ" (IDA) ซึ่งเป็นกลไกของธนาคารโลกในการให้เงินทุนเงื่อนไขผ่อนปรนแก่ประเทศรายได้ต่ำ 

ส่วนด้านที่สามคือ การพิจารณานโยบายที่แต่ละประเทศควรดำเนินการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงาน

อย่างไรก็ตาม โดโนฮิวมองว่า หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับความท้าทายด้านหนี้ คือการทำให้เศรษฐกิจเติบโต เพราะหากเศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้ ปัญหาหนี้ก็จะบริหารจัดการได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น

“หากเศรษฐกิจสามารถเติบโตได้ ปัญหาหนี้ก็จะสามารถบริหารจัดการได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น”

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า หากธนาคารโลกสามารถทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ เพื่อช่วยสร้างงานให้มีจำนวนมากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น ก็จะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเมื่อเศรษฐกิจเติบโต รัฐบาลก็จะสามารถจัดการกับความจำเป็นที่ต้องเลือกใช้ทรัพยากรทางการคลังระหว่างเป้าหมายต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

ไทยแก่ก่อนรวย ต้องพัฒนาทักษะแรงงานตลอดชีวิต

เมื่อถามถึงความท้าทายของ "ประเทศไทย" ที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ในขณะที่ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา หรือกำลังเผชิญสถานการณ์ “แก่ก่อนรวย” รวมถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะแรงงานทั้งการเพิ่มทักษะ (Upskill) และการปรับทักษะ (Reskill) ไม่ใช่เฉพาะคนหนุ่มสาว แต่รวมถึงแรงงานรุ่นเก่าด้วย โดโนฮิวระบุว่า ปัญหาสังคมสูงวัยไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก

คนรุ่นใหม่ 800 ล้านคน 'เสี่ยงไม่มีงานทำ' เหตุผลที่ 'เวิลด์แบงก์' ชูเรื่องงานที่กรุงเทพฯ

แม้การที่ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ทำให้ประเทศต่าง ๆ ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะของแรงงานที่ต้องทำงานเป็นระยะเวลายาวนานขึ้น

โดโนฮิวอธิบายว่า นี่เป็นเหตุผลที่ยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาของธนาคารโลกไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาทักษะของแรงงานตลอดช่วงชีวิตการทำงาน เพราะผู้คนมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนงานหรือย้ายไปทำงานในภาคเศรษฐกิจอื่นมากขึ้น

“เราตระหนักว่าการพัฒนาทักษะจำเป็นต้องครอบคลุมแรงงานตลอดช่วงชีวิตการทำงานที่ยาวนานขึ้น”

เมื่อถามถึงบทเรียนจาก "ไอร์แลนด์" ในฐานะอดีตรัฐมนตรีคลังของไอร์แลนด์ ซึ่งสามารถพัฒนาเศรษฐกิจจนกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนและเทคโนโลยีระหว่างประเทศ และสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยสามารถเรียนรู้ได้ โดโนฮิวกล่าวว่า ปัจจุบันเขาไม่ได้ทำหน้าที่นักการเมืองในไอร์แลนด์แล้ว แต่ทำงานในฐานะสมาชิกของกลุ่มธนาคารโลก อย่างไรก็ตาม มีหลักการสำคัญประการหนึ่งที่เชื่อว่าสามารถนำไปใช้ได้กับทุกประเทศ นั่นคือ "คุณค่าของการศึกษา"

หากประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงการศึกษาและคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี แม้ผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจไม่ปรากฏให้เห็นทันที แต่ผลลัพธ์จากการลงทุนดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระยะยาว และสามารถส่งผลดีอย่างมากต่อเศรษฐกิจ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่การศึกษายังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เฉพาะในมิติทางสังคมเท่านั้น แต่รวมถึงมิติทางเศรษฐกิจด้วย

มองทศวรรษหน้า ต้องลงทุนเพื่อสร้างโอกาส

สำหรับความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า โดโนฮิวกล่าวว่าแม้โลกจะเผชิญแรงกระแทกทางเศรษฐกิจหลายครั้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์เหล่านั้นก็แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจต่าง ๆ มีความสามารถในการปรับตัวและตอบสนองต่อวิกฤติได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ได้ว่าโลกจะเผชิญอะไรในอีก 10 ปีข้างหน้า เพราะแม้แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก็เป็นสิ่งที่ยากจะคาดการณ์ล่วงหน้าเช่นกัน

โดโนฮิวย้ำว่า การสร้างงานยังเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะในช่วงทศวรรษหน้าจะมีคนหนุ่มสาวหลายร้อยล้านคนเข้าสู่ตลาดแรงงานทั่วโลก โดยเป้าหมายของธนาคารโลกคือการทำงานร่วมกับรัฐบาลต่าง ๆ เพื่อช่วยให้คนเหล่านี้มีงานทำ และต้องเป็นงานที่ดีด้วย

“ผมเชื่อว่าเราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ได้ และช่วยให้ทศวรรษหน้ามีโอกาสเป็นช่วงเวลาที่ดีและเป็นบวกสำหรับคนหนุ่มสาวที่เราทำงานเพื่อพวกเขา”