รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (14 ต.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงการส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมัน ขณะที่ความขัดแย้งในซาอุดิอาระเบียและเยเมนเสี่ยงกระทบอุปทาน
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(-/+) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังตลาดคาดหวังว่าข้อตกลงการส่งออกน้ำมันดีเซลระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย จะช่วยเพิ่มปริมาณอุปทานน้ำมันจากรัสเซียเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค กล่าวว่า รัสเซียพร้อมจัดหาน้ำมันดีเซลประมาณ 0.3 ล้านตันให้กับตลาดสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรในช่วงเดือน ต.ค. 69 อย่างไรก็ตาม การโจมตีในซาอุดีอาระเบียและเยเมนยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันเพิ่มเติม
(+) ราคาน้ำมันดีเซลในหลายภูมิภาคทั่วโลกปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จากภาวะอุปทานตึงตัวที่เชื่อมโยงกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียโดยยูเครน และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางโดยอิหร่าน
นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น โดยกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดิอาระเบียได้ประกาศเตือนให้พลเรือนหลีกเลี่ยงพื้นที่คลังน้ำมันบริเวณชานเมือง
ก่อนเปิดฉากโจมตีกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน เมื่อวันอังคารที่ 13 ต.ค. 69 ที่ผ่านมา สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานในภูมิภาค
(-) ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม OPEC+ ในเดือน ก.ย. 69 ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 0.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 39.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากการเพิ่มกำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบีย สะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวอาหรับในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญกับข้อจำกัดอย่างต่อเนื่องจากสงครามอิหร่านก็ตาม





