หุ้น ‘Webull’ ดิ่งหนัก 29% หลังสภาคองเกรสสหรัฐชี้ความเชื่อมโยงกับจีนอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ หวั่นข้อมูลส่วนบุคคลและเงินทุนของนักลงทุนอเมริกันตกอยู่ในความเสี่ยง จับตาสหรัฐยกระดับการตรวจสอบ
หุ้น “Webull” แพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ “ร่วงหนักถึง 29%” หลังคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเผยรายงานระบุว่า “ความเชื่อมโยงระหว่างบริษัท Webull กับจีน” อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคลและเงินทุนของนักลงทุนชาวอเมริกัน
หุ้น Webull (NASDAQ: BULL) ดิ่งลง 29% สู่ระดับ 5.15 ดอลลาร์ในการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่หุ้นแพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์คู่แข่งปรับตัวลงในระดับที่น้อยกว่ามาก โดย Robinhood ลดลง 3% และ Interactive Brokers ลดลง 2% ส่วนกองทุน ETF ที่อิงดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงเพียง 0.4% สะท้อนว่าแรงเทขายกระจุกตัวอยู่ที่ Webull เป็นหลัก
รายงานของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่าด้วยการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุว่า Webull “มีความเชื่อมโยงเชิงโครงสร้าง” กับรัฐบาลจีน ทั้งในด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น บุคลากรด้านเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การส่งข้อมูลข้ามพรมแดน และแหล่งเงินทุนของบริษัท
ข้อกังวลสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสัญชาติหรือที่ตั้งของบริษัท แต่ครอบคลุมถึงระบบเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูล ซึ่งอาจทำให้เกิดคำถามว่า ข้อมูลทางการเงินของนักลงทุนอเมริกันมีความเสี่ยงจากการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับจีนมากน้อยเพียงใด รวมถึงโครงสร้างการกำกับดูแลของบริษัท สามารถป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวได้เพียงพอหรือไม่
คณะกรรมาธิการยังแสดงความกังวลเพิ่มขึ้น หลัง Webull เริ่มถือครองเงินสดของลูกค้าโดยตรงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 โดยมองว่าการดำเนินการดังกล่าว อาจทำให้เงินทุนของชาวอเมริกันเผชิญความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
จอห์น มูลีนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการ ระบุว่า การดำเนินงานของ Webull ในจีนอาจทำให้นักลงทุนอเมริกันและข้อมูลของพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยง ขณะที่บริษัทยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าวในทันที
นอกจากนี้ Webull ยังอยู่ระหว่างพัฒนาศูนย์วิจัยและพัฒนาในเมืองฉางซา ประเทศจีน มูลค่า 350 ล้านหยวน หรือประมาณ 51.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยิ่งตอกย้ำการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เชื่อมโยงกับจีน
เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Robinhood ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองเมนโลพาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย และ Interactive Brokers ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองกรีนิช รัฐคอนเนตทิคัต ทั้งสองบริษัทไม่ได้มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นและทีมวิศวกรรมที่เชื่อมโยงกับจีนในลักษณะที่คณะกรรมาธิการระบุเกี่ยวกับ Webull จึงอาจอธิบายได้ว่าเหตุใดหุ้นคู่แข่งจึงปรับตัวลงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Webull
อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ยังไม่ได้ส่งผลให้ Webull ถูกสั่งปรับ ระงับกิจการ หรือห้ามดำเนินธุรกิจในสหรัฐโดยอัตโนมัติ โดยประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาต่อไปคือ หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐจะเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้น การจัดการข้อมูล และการถือครองเงินสดของลูกค้าหรือไม่
แม้ Webull จะเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และไทย ผ่านความร่วมมือกับ Pi Securities แต่ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบและความมั่นคงแห่งชาติอาจยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นในระยะต่อไป
อ้างอิง: 247 ,pluang




