วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์บีบเกาหลีใต้หนัก! ให้เร่งเซ็น ‘Alaska LNG’ ชักช้า เจอเก็บ ‘สองเท่า’

‘ทรัมป์’ กดดันเกาหลีใต้เร่งร่วมโครงการ Alaska LNG มูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ลั่นหากไม่รีบเซ็น อาจเจอเรียกเก็บ ‘เพิ่มเป็นสองเท่า’ ท่ามกลางกระแสคาดอาจหมายถึงการขึ้นภาษี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีใต้ให้เร่งตัดสินใจ “เข้าร่วมโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว” (LNG) ในรัฐอะแลสกา หลังรัฐบาลโซลยืนยันว่า โครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการประเมิน โดยทรัมป์เตือนว่า หากเกาหลีใต้ไม่รีบลงนาม สหรัฐอาจเรียกเก็บเงิน “เพิ่มเป็นสองเท่า” แม้ไม่ได้ระบุชัดว่า หมายถึงต้นทุนโครงการหรือมาตรการอื่นใด

“ถ้าพวกเขาไม่ต้องการทำ ผมก็ไม่เป็นไร ผมก็แค่จะคิดเงินพวกเขาเพิ่ม” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ พร้อมระบุว่า “บอกพวกเขาว่า ถ้าไม่เซ็นเร็ว ๆ นี้ ผมจะเพิ่มมันเป็นสองเท่า”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ชี้แจงว่า สิ่งที่จะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านั้นคืออะไร ขณะที่สื่อเกาหลีใต้ตั้งข้อสังเกตว่า คำเตือนดังกล่าวอาจหมายถึง “ภาษีศุลกากร” ที่สหรัฐเรียกเก็บจากสินค้านำเข้าของเกาหลีใต้ แต่ยังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐ

ความเคลื่อนไหวล่าสุด สะท้อนความเห็นที่ยังไม่ตรงกันระหว่างวอชิงตันและโซลเกี่ยวกับแผนลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของเกาหลีใต้ในสหรัฐ หลังทรัมป์ประกาศโครงการลงทุนหลายรายการในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างสองประเทศ ขณะที่ฝ่ายเกาหลีใต้ระบุว่า บางโครงการยังไม่ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้าย

เมื่อถูกถามว่า การประกาศว่าเกาหลีใต้จะเข้าร่วมโครงการ Alaska LNG เป็นการ “ด่วนสรุป” ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันเรียบร้อยหรือไม่ ทรัมป์ยืนยันว่า เขาไม่ได้ประกาศเร็วเกินไป หรือ “didn’t jump the gun”

ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ระบุว่า การเข้าร่วมโครงการ Alaska LNG ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยการตัดสินใจลงทุนจะขึ้นอยู่กับ “ความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์” รวมถึงการดำเนินการให้สอดคล้องกับกระบวนการทางกฎหมายภายในประเทศ 

ขณะที่โครงการ Alaska LNG ซึ่งมีแผนพัฒนามานานหลายทศวรรษ จะเกี่ยวข้องกับการสร้างท่อส่งก๊าซระยะทางประมาณ 800 ไมล์ จากพื้นที่ North Slope ทางตอนเหนือของอะแลสกาไปยังโรงงานผลิต LNG ที่เมือง Nikiski

ความไม่ลงรอยระหว่างสองฝ่าย ยังขยายไปถึงโครงการด้านพลังงานอีกโครงการหนึ่ง หลังทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า ข้อตกลงกับเกาหลีใต้ “ดีขึ้นเรื่อย ๆ” พร้อมประกาศโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำมัน หรือ Enhanced Oil Recovery (EOR) มูลค่า 8.4 พันล้านดอลลาร์

เทคโนโลยี EOR เป็นกระบวนการเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบที่สามารถผลิตออกมาจากแหล่งน้ำมัน โดยหนึ่งในวิธีที่ใช้คือการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงสู่แหล่งน้ำมัน เพื่อช่วยดันน้ำมันที่เหลืออยู่ขึ้นมาผลิตเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ฝั่งเกาหลีใต้กลับระบุว่า โครงการ EOR มูลค่า 8.4 พันล้านดอลลาร์ดังกล่าว “ไม่ได้รวมอยู่” ในข้อตกลงที่โซลและวอชิงตันตกลงร่วมกัน โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ระบุว่า ขอบเขตของข้อตกลงจำกัดอยู่เพียงรายการที่ระบุไว้ในเอกสารข้อเท็จจริงร่วมของสองประเทศ พร้อมเดินหน้าติดต่อฝ่ายสหรัฐเพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับประกาศของทรัมป์

กรณีดังกล่าวตอกย้ำช่องว่างระหว่างสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศต่อสาธารณะ กับสถานะของโครงการที่รัฐบาลเกาหลีใต้ยืนยันว่าได้ตกลงกันแล้ว โดยเฉพาะโครงการพลังงานขนาดใหญ่ ซึ่งโซลยังคงย้ำว่า การลงทุนจะต้อง “ผ่านการประเมินความคุ้มค่าและขั้นตอนภายในประเทศ” ก่อนที่จะมีข้อผูกพันขั้นสุดท้าย

อ้างอิง: cnbc