วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซาอุฯ เบรกแผนสร้างสนามกีฬา NEOM ฟุตบอลโลก 2034 รับมือสงคราม-เศรษฐกิจ

ซาอุดีอาระเบียตัดสินใจระงับแผนการก่อสร้างสนามกีฬานีออม (NEOM Stadium) หนึ่งในเมกะโปรเจกต์สำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2034

KEY POINTS

  • ซาอุดีอาระเบียตัดสินใจระงับแผนการก่อสร้างสนามกีฬานีออม (NEOM Stadium) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำหรับฟุตบอลโลกปี 2034 อย่างไม่มีกำหนด
  • สาเหตุหลักมาจากการเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจ การขาดดุลงบประมาณ และผลกระทบจากสงครามในภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น
  • แม้โครงการสนามกีฬานีออมจะถูกระงับ แต่การเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในภาพรวมยังคงดำเนินต่อไป โดยการก่อสร้างสนามแห่งอื่น ๆ ยังเป็นไปตามแผนเดิม

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียตัดสินใจระงับแผนการก่อสร้างสนามกีฬานีออม (NEOM Stadium) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์สำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2034 หลังเผชิญกับความล่าช้าและการปรับลดขนาดเมืองใหม่อัจฉริยะ ตลอดจนแรงกดดันทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากสงครามภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น

สนามกีฬานีออมเคยถูกจับตามองในฐานะสนามกีฬาประยุกต์ลอยฟ้าที่จะตั้งตระหง่านอยู่บน 'เดอะไลน์' (The Line) โครงสร้างเหล็กและกระจกความยาว 100 ไมล์ หรือราว 160 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะ 'นีออม' (NEOM)

โครงการนี้ถูกเปิดตัวเมื่อราวทศวรรษก่อนในฐานะหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ Vision 2030 ของมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ที่มุ่งกระจายรายได้และลดการพึ่งพาน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเปิดเผยว่า แผนก่อสร้างสนามกีฬาดังกล่าวถูกระงับไปอย่างไม่มีกำหนด สอดคล้องกับข้อมูลจาก MEED Projects แพลตฟอร์มวิเคราะห์ตลาดอุตสาหกรรมก่อสร้างในดูไบ ที่ระบุว่า สนามกีฬานีออมขนาด 46,000 ที่นั่ง มูลค่าประเมิน 2.5 พันล้านดอลลาร์ ถูกจัดอยู่ในสถานะ "ระงับชั่วคราว" (On hold) และไม่มีกำหนดวันแล้วเสร็จในฐานข้อมูล

ขณะที่ ยาซีร์ อัล-รูไมยัน ผู้ว่าการกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Public Investment Fund - PIF) ของซาอุฯ ได้ออกมายอมรับตั้งแต่เดือนเมษายนว่า โครงการ The Line ไม่ใช่เป้าหมายเร่งด่วนลำดับต้นอีกต่อไป

การชะลอโครงการยักษ์ใหญ่เหล่านี้มีสาเหตุสำคัญมาจากแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามอิหร่าน และการโจมตีจากกลุ่มกบฏฮูตี ที่ทำให้การขนส่งพลังงานหยุดชะงัก และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังซาอุฯ เพิ่งประเมินตัวเลขขาดดุลการคลังในปีนี้ว่าจะกว้างกว่าที่คาดการณ์ไว้ และคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะหดตัวลง 3.6% จากกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมน้ำมันที่ลดลง

สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้กองทุน PIF ต้องปรับยุทธศาสตร์จากการทุ่มทุนในกิกะโปรเจกต์ (Giga-projects) ที่ใช้ต้นทุนมหาศาล หันไปโฟกัสการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนทางการเงินได้ทันที นำไปสู่การระงับโครงการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การก่อสร้างตึกระฟ้าทรงลูกบาศก์ขนาดยักษ์ 'เดอะ มูคาบ' (The Mukaab) ในกรุงริยาดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงปัญหาความซับซ้อนด้านการกระจายพื้นที่ก่อสร้างตามเมืองต่างๆ ที่ทำให้บางโครงการต้องถูกลดขนาดลง

สำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 ถือเป็นงานใหญ่ระดับชาติที่ซาอุฯ ทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลผ่านกองทุน PIF โดยนับเป็นครั้งแรกที่ชาติเดียวจะได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันในรูปแบบใหม่ที่ขยายเป็น 48 ทีม รัฐบาลริยาดมีแผนสร้างและปรับปรุงสนามกีฬารวม 15 แห่งใน 5 เมือง พร้อมศูนย์ฝึกซ้อมอีกหลายสิบแห่ง ซึ่ง MEED Projects ประเมินมูลค่ารวมของโครงการทั้งหมดไว้สูงถึง 2.27 หมื่นล้านดอลลาร์

ด้านคณะกรรมการจัดงานฟุตบอลโลก 2034 ของซาอุฯ แม้จะปฏิเสธการให้ความเห็นเรื่องสนามกีฬานีออมและงบประมาณ แต่ยืนยันว่ากระบวนการก่อสร้างหลักๆ ในภาพรวมกำลังดำเนินไปอย่างเป็นรูปธรรม โดยสนามอื่นๆ มีกำหนดแล้วเสร็จตามแผนในช่วงปี 2026-2033

ท้ายที่สุด แม้โปรเจกต์แห่งอนาคตอย่างสนามกีฬานีออมจะถูกพับเก็บไปตามยุทธศาสตร์การรัดเข็มขัด แต่แนวโน้มการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในส่วนอื่นๆ จะยังคงเดินหน้าต่อไป โดยแหล่งข่าววงในยืนยันว่า โครงการก่อสร้างสนามอื่นๆ ยังคงเป็นไปตามแผน โดยเฉพาะสนามกีฬาอารามโก (Aramco Stadium) ในเมืองอัลโคบาร์ (Al Khobar) ที่เตรียมจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และพร้อมเปิดประเดิมการแข่งขันนัดแรกในเดือนมกราคม ซึ่งขณะนี้ได้เปิดจำหน่ายตั๋วเข้าชมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว