วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

Anthropic จ่อ IPO ทะลุ 2 ล้านล้านดอล์ แม้แบกขาดทุนกว่า 4.2 หมื่นล้าน

สตาร์ทอัพ AI "Anthropic" เตรียมเสนอขายหุ้น IPO คาดดันมูลค่าพุ่งทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ผลประกอบการยังเผชิญตัวเลขขาดทุนสุทธิกว่า 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์จากต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่พุ่งสูง

KEY POINTS

  • Anthropic สตาร์ทอัพด้าน AI เตรียมเสนอขายหุ้น IPO โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าบริษัทอาจพุ่งสูงเกิน 2 ล้านล้านดอลลาร์
  • แม้รายได้ในปี 2025 จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์
  • ผลขาดทุนมหาศาลมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนด้านระบบประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยี AI

สำนักข่าวรอยเตอร์สเปิดเผยร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของ Anthropic สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำ โดยคาดการณ์ว่า มูลค่าบริษัทอาจพุ่งทะยานเกิน 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากการประเมินมูลค่าเมื่อเดือน พ.ค. ที่ระดับ 9.65 แสนล้านดอลลาร์

โดยในหนังสือชี้ชวนดังกล่าว Anthropic ระบุว่าบริษัทกำลังเดิมพันครั้งใหญ่ โดยประเมินว่าเทคโนโลยี AI จะเข้ามาพลิกโฉมเศรษฐกิจโลกในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรม ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต

รายได้โต แต่แบกต้นทุนสูง

ทั้งนี้ เอกสารยังเปิดเผยให้เห็นว่าบริษัทมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับผลขาดทุนที่ขยายตัวขึ้น โดยรายได้ในปี 2025 โตขึ้นถึง 12 เท่า แตะระดับเกือบ 4.6 พันล้านดอลลาร์ แต่ในขณะเดียวกัน บริษัทยังคงแบกรับผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ตัวเลขขาดทุนมหาศาลนี้ ได้รวมค่าใช้จ่ายทางบัญชีราว 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เอาไว้ด้วย ซึ่งเป็นเพียงการตีมูลค่าเครื่องมือทางการเงินที่อาจแปลงเป็นหุ้นของบริษัทในอนาคต ไม่ใช่เงินสดที่จ่ายออกไปจริง หากตัดรายการนี้ออกไป บริษัทจะขาดทุนจากการดำเนินงานราว 8 พันล้านดอลลาร์ 

ในปีที่ผ่านมา บริษัทใช้จ่ายเงิน 7.33 พันล้านดอลลาร์ ไปกับระบบประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่พุ่งขึ้นถึง 3 เท่าจากปี 2024 และคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมดที่ 1.265 หมื่นล้านดอลลาร์

โดยบริษัทวางแผนใช้เงินลงทุนอีก 5.18 แสนล้านดอลลาร์ สำหรับการพัฒนาระบบคลาวด์ การประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า หนังสือชี้ชวนระบุ

ด้านสถานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธ.ค. Anthropic มีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และการลงทุนระยะสั้นรวม 2.028 หมื่นล้านดอลลาร์ 

อย่างไรก็ดี Anthropic ระบุปัจจัยความเสี่ยงว่ารายได้เกือบ 1 ใน 4 ของปีที่แล้วมาจากลูกค้ารายใหญ่เพียงสองราย ลูกค้ารายใหญ่หลายรายไม่ได้ผูกมัดด้วยสัญญาระยะยาว และอาจปรับลดหรือระงับการใช้จ่ายได้ทุกเมื่อ

AI สมรภูมิเดือด

ท่ามกลางการแข่งขันของบริษัทเทคโนโลยีที่ดุเดือดและแผนการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เกิดขึ้นในขณะที่ Anthropic ต้องเผชิญกับหลักฐานจากงานวิจัยของตนเองที่ชี้ว่า โมเดล AI ที่ทำงานอัตโนมัติเริ่มมีพฤติกรรมที่คาดเดาไม่ได้และอาจเป็นอันตราย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโค้ดเพื่อบ่อนทำลาย การช่วยหลอกลวง และการบิดเบือนข้อมูลในการทดสอบแบบควบคุม

รายงานเหล่านี้เริ่มเป็นที่รับรู้ในวงกว้าง ทำให้เกิดความกังวลว่าบริษัทต่างๆ จะควบคุมระบบที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างไร ในขณะที่ต่างแข่งขันกันนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์

ดาริโอ อโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic กล่าวย้ำจุดยืนว่า “เราเรียกร้องให้ชุมชน AI ทั่วโลกชะลอความเร็วในการเปิดตัวความสามารถใหม่ๆ เพื่อจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยเหล่านี้”

แต่ในความเป็นจริงบริษัทยังคงแข่งขันอย่างหนัก โดย Anthropic ก็เพิ่งเปิดตัวโมเดล Opus 5.5 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อสกัดแรงส่งของคู่แข่งเบอร์หนึ่งอย่าง OpenAI ที่เปิดตัว GPT-6 Astra ไปก่อนหน้านี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการ IPO 

ก่อนหน้านี้รอยเตอร์สรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ของ Anthropic มีแนวโน้มที่จะถูกเลื่อนออกไปเป็นช่วงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือน พ.ย. โดยการขายหุ้นครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยได้เข้ามามีส่วนร่วมในสมรภูมิการลงทุน AI ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มบริษัทร่วมลงทุน (VC) กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และบริษัทบิ๊กเทคเท่านั้น 

โดยทาง Anthropic ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้

บททดสอบความเชื่อมั่นหุ้นเทคฯ

โดยการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งนี้ อาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานเกิน 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะใช้ประโยชน์จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของสตาร์ทอัพ AI แห่งนี้ที่เพิ่งก่อตั้งมาเพียง 5 ปี และจะเป็นเกณฑ์มาตรฐานให้วอลล์สตรีทใช้ประเมินมูลค่าบริษัทชั้นนำในกลุ่ม หุ้นเทคโนโลยี รวมถึงคู่แข่งสำคัญอย่าง OpenAI

การเข้าตลาดของ Anthropic จะเกิดขึ้นตามหลังดีล IPO ระดับบล็อกบัสเตอร์ของ SpaceX ที่ดันมูลค่าบริษัทของ อีลอน มัสก์ ไปแตะ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหุ้นของบริษัทดังกล่าวพุ่งขึ้น 19% ในวันแรกของการซื้อขายเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ไปอยู่ที่ 160 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ปัจจุบันมีการซื้อขายอยู่ที่ราว 147 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังสูงกว่าราคาจองที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐ

ความเคลื่อนไหวของ หุ้นเทคโนโลยี เหล่านี้อาจทำให้นักลงทุนต้องใช้เวลาพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อประเมินความคุ้มค่าของบริษัทที่มีการเติบโตสูงแต่มูลค่าแพงลิ่ว หุ้นในกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์เพิ่งเผชิญแรงเทขายเมื่อเร็วๆ นี้ การขายหุ้นของ Anthropic จึงถือเป็นบททดสอบสำคัญว่าความเชื่อมั่นในการลงทุน กลุ่มเทคโนโลยีนี้จะทนทานต่อการถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดได้หรือไม่ ท่ามกลางเป้าหมายการเติบโตที่ดุดัน

ถึงอย่างนั้น การจดทะเบียนเข้าตลาดครั้งนี้ก็ยังถือเป็นหนึ่งในดีล IPO ของสหรัฐที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 แม้จะต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความกังวลเรื่องราคาหุ้นก็ตาม

สงคราม AI มูลค่าล้านล้านดอลลาร์

คู่แข่งเบอร์หนึ่งของ Anthropic ยังคงเป็น OpenAI โดยทั้งสองบริษัทต่างฟาดฟันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้าองค์กร บุคลากรหัวกะทิ และอิทธิพลในการล็อบบี้รัฐบาลวอชิงตัน ทั้งนี้ OpenAI ได้ยื่นเอกสาร IPO แบบเป็นความลับเมื่อเดือน มิ.ย. และคาดว่าผู้สร้าง ChatGPT จะเข้าจดทะเบียนในตลาดภายในต้นปี 2027

Anthropic ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มนักวิจัยที่ลาออกจาก OpenAI เนื่องจากความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการกำกับดูแลและความปลอดภัย บริษัทเปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) รุ่นแรกในเดือน มี.ค. 2023 เพื่อลงสนามแข่งกับ OpenAI โดยตรง

นอกจากนี้ยังต้องขับเคี่ยวกับ xAI ของ SpaceX, Google ของ Alphabet และ Meta ในการแย่งชิงส่วนแบ่งโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อีกด้วย

นักวิเคราะห์มองว่าบริษัทแรกที่สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ ได้สำเร็จ จะกลายเป็นผู้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานการประเมินมูลค่าอุตสาหกรรมนี้ และจะดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนที่เฝ้ารอโอกาสการลงทุน ในเทคโนโลยีสายตรงมานานหลายปี

Amazon และ Google ถือเป็นสองพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายแรกๆ ของ Anthropic โดยทั้งคู่ได้อัดฉีดเม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่สตาร์ทอัพแห่งนี้ พร้อมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์ที่จำเป็นสำหรับการฝึกอบรมและรันโมเดล Claude

ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทยังต้องจับตาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองในประเทศ หลังอโมเดอีเคยมีประเด็นขัดแย้งกับทำเนียบขาวเรื่องการใช้งาน AI จนส่งผลให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สั่งขึ้นบัญชีดำบริษัทเป็นการชั่วคราว ก่อนที่ศาลจะสั่งระงับคำสั่งดังกล่าวไปเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา