ยอดส่งออก EV จีน สู่ตลาดโลกพุ่งแรง 33% ในเดือนส.ค. ‘เอเชีย’ ครองแชมป์ตลาดหลัก ส่วน ‘ไทย’ ติดท็อปอันดับ 4 ดันยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันแตะระดับ 2.11 ล้านคัน
ยอดส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศจีนไปยังตลาดทั่วโลกยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก กรมศุลกากรจีนระบุว่า ในเดือนสิงหาคม ยอดส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีนรวมทั่วโลกเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ระดับ 284,622 คัน ส่งผลให้ยอดส่งออกสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสิงหาคมพุ่งสูงถึง 2.11 ล้านคัน ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคม ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนได้ส่งออกรถยนต์ทุกประเภทรวมกันออกสู่ตลาดต่างประเทศจำนวน 888,000 คัน เพิ่มขึ้น 78% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสัดส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 58% ของยอดส่งออกทั้งหมด
เปิดโผ 5 ตลาดนำเข้าสูงสุด ‘ไทย’ ผงาดอันดับ 4
สำหรับประเทศปลายทางที่นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนมากที่สุดในเดือนสิงหาคม
อันดับ 1 ได้แก่ ประเทศเบลเยียม ด้วยยอดนำเข้า 32,538 คัน เพิ่มขึ้น 76% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมียอดนำเข้าสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 213,001 คัน เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อันดับ 2 คือ ประเทศออสเตรเลีย นำเข้า 22,067 คัน เพิ่มขึ้น 106% เมื่อเทียบกับปีก่อนยอดสะสม 168,940 คัน เพิ่มขึ้น 165% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อันดับ 3 คือ ประเทศบราซิล นำเข้า 20,154 คัน พุ่งสูงขึ้น 353% เมื่อเทียบกับปีก่อน ดันยอดสะสม 171,044 คัน เพิ่มขึ้น 277% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่ “ประเทศไทย” ก้าวขึ้นมาติด อันดับที่ 4 ของโลก มียอดนำเข้าในเดือนสิงหาคมจำนวน 17,718 คัน เพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมียอดส่งออกสะสมตั้งแต่ต้นปีรวม 166,693 คัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 107% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่วนอันดับ 5 คือ สหราชอาณาจักร (UK) นำเข้า 17,297 คัน เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน ยอดสะสม 135,470 คัน เพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน
‘เอเชีย’ ครองแชมป์ตลาดหลัก ‘ละตินอเมริกา’ โตแรงสุด
เมื่อพิจารณาในระดับภูมิภาค “ทวีปเอเชีย
ยังคงเป็นภูมิภาคหลักที่นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ด้วยปริมาณ 108,757 คัน เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ดันยอดสะสมรวม 857,809 คัน เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ตามมาด้วย ทวีปยุโรป นำเข้า 94,912 คัน เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมียอดสะสม 664,248 คัน เพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเป็นการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 63,825 คัน เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้านภูมิภาค ละตินอเมริกาและแคริบเบียน เติบโตโดดเด่นด้วยยอดนำเข้า 43,742 คัน เพิ่มขึ้น 118% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ยอดสะสม 322,560 คัน เพิ่มขึ้น 95% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่วน โอเชียเนีย นำเข้า 25,201 คัน เพิ่มขึ้น 121% เมื่อเทียบกับปีก่อน ยอดสะสม 180,733 คัน เพิ่มขึ้น 171% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ตามมาด้วย แอฟริกา นำเข้า 9,623 คัน เพิ่มขึ้น 115% เมื่อเทียบกับปีก่อน ยอดสะสม 51,007 คัน เพิ่มขึ้น 97% เมื่อเทียบกับปีก่อน
และ อเมริกาเหนือ นำเข้า 2,387 คัน เพิ่มขึ้น 416% เมื่อเทียบกับปีก่อน ยอดสะสม 34,510 คัน เพิ่มขึ้น 402% เมื่อเทียบกับปีก่อน





