วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

เปิด ‘5 ปมร้อน’ โต๊ะเจรจา ‘สี-ทรัมป์’ เจอหน้ากัน

เปิด ‘5 ปมร้อน’ บนโต๊ะเจรจา ‘สี จิ้นผิง-โดนัลด์ ทรัมป์’ ที่วอชิงตัน ตั้งแต่สงครามการค้า ศึกชิงความเป็นเจ้า AI แร่หายาก สงครามอิหร่าน ไปจนถึงอนาคตไต้หวัน กับคำถามสำคัญว่า ทั้งสองฝ่ายจะ ‘หาจุดร่วม’ ได้มากเพียงใด ท่ามกลางการแข่งขันที่นับวันยิ่งดุเดือด

ในที่สุด ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงก็เดินทางมาถึงกรุงวอชิงตัน นับเป็นการเยือนสหรัฐ “ครั้งแรกในรอบ 3 ปี” นับตั้งแต่การพบปะกับอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในการประชุมสุดยอด APEC ที่เมืองซานฟรานซิสโกเมื่อพฤศจิกายนปี 2023

การเดินทางมาครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนมีกำหนดการประชุมสุดยอดแบบวันเดียวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 24 ก.ย. ท่ามกลางความคาดหวังว่า ผู้นำสองมหาอำนาจจะพยายาม “ประคองความสัมพันธ์” และ “หาจุดร่วม” ในปมขัดแย้งสำคัญ 5 ประการ ตั้งแต่การค้า, ปัญญาประดิษฐ์, แร่หายาก, สถานการณ์สงครามอิหร่าน ไปจนถึงประเด็นไต้หวัน

1. สงครามการค้า

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดคือ อนาคตของ “ข้อตกลงพักรบทางการค้า” ที่มีมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2025 ซึ่งช่วยลดภาษีตอบโต้ระหว่างกัน และระงับมาตรการควบคุมการส่งออกบางส่วน

ล่าสุด สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศว่า สหรัฐและจีนได้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาพักรบทางการค้า “ออกไปอีก 2 เดือน”

สก็อตต์ เคนเนดี จากศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ (Center for Strategic and International Studies: CSIS) มองว่า การขยายเวลาที่ค่อนข้างสั้นนี้ อาจสะท้อนว่า สหรัฐ “ยังไม่พอใจ” กับข้อเสนอของจีนเกี่ยวกับแร่หายาก และอาจรวมถึงประเด็นอื่น ๆ ด้วย

ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์กล่าวกับช่อง Fox News เมื่อวันพุธว่า การดำเนินการตามข้อตกลงบางส่วนจากฝั่งจีน “ยังไม่สมบูรณ์แบบ”

เปิด ‘5 ปมร้อน’ โต๊ะเจรจา ‘สี-ทรัมป์’ เจอหน้ากัน

ทั้งนี้ การส่งออก “แม่เหล็กแร่หายาก” จากจีน ซึ่งเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูงและถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในภาคการผลิตสมัยใหม่ ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนที่จะมีข้อตกลงพักรบทางการค้าอย่างมาก

ขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์ยังคงต้องการให้จีน “เพิ่ม” การซื้อสินค้าและการลงทุนในสหรัฐ หวังเปลี่ยนผลลัพธ์จากโต๊ะเจรจาให้กลายเป็น “ผลงานจับต้องได้” ที่นำไปชูต่อชาวอเมริกันและฐานเสียงในประเทศ

ปัจจุบัน จีนกำลังเดินหน้าตามคำมั่นซื้อถั่วเหลืองสหรัฐปีละ 25 ล้านตันจนถึงปี 2028 แต่การซื้อสินค้าเกษตรประเภทอื่นยังล่าช้า ขณะที่ทรัมป์ระบุเมื่อเดือน พ.ค. ว่า จีนตกลงซื้อเครื่องบิน Boeing จำนวน 200 ลำ

ส่วนการลงทุนของจีนในสหรัฐยังเป็นประเด็นละเอียดอ่อน โดยเฉพาะ “อุตสาหกรรมรถยนต์” แม้ทรัมป์เคยเปิดทางให้บริษัทจีนตั้งโรงงานในสหรัฐหากจ้างแรงงานอเมริกัน แต่โครงการใด ๆ ยังต้องผ่านข้อกำหนดด้านความมั่นคงแห่งชาติ

2. ศึกชิงความเป็นเจ้า AI 

อีกหนึ่ง “สมรภูมิเดือด” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้บนโต๊ะเจรจาคือ “ศึกชิงความเป็นเจ้า AI” หลังโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของจีนพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จนไล่จี้เทคโนโลยีของสหรัฐมากขึ้นทุกขณะ ขณะที่วอชิงตันพยายามจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูง เพื่อสกัดความก้าวหน้า AI ของจีน

ฝั่งจีนเร่งพัฒนาชิปของตัวเอง โดย Alibaba เปิดตัว “ชิป AI รุ่นใหม่” เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นชิป AI ที่ทรงพลังที่สุดของจีน เพื่อแข่งขันกับ Nvidia และรองรับการขยายศูนย์ข้อมูลครั้งใหญ่

เปิด ‘5 ปมร้อน’ โต๊ะเจรจา ‘สี-ทรัมป์’ เจอหน้ากัน

อีกประเด็นที่สร้างความตึงเครียดคือ ข้อกล่าวหาจากบริษัท AI สหรัฐว่า นักพัฒนาจีนดูดใช้ผลลัพธ์จากโมเดล AI ชั้นนำของสหรัฐไปพัฒนาเป็นโมเดลคู่แข่งด้วยต้นทุนต่ำ ซึ่งทำเนียบขาวกำลังพยายามออกมาตรการสกัดกั้น

3. แร่หายาก

แร่สำคัญ โดยเฉพาะ “แร่หายาก” กลายเป็นหนึ่งในไพ่ต่อรองสำคัญของจีน เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ และอาวุธแม่นยำสูง ขณะที่จีนครองบทบาทสำคัญในห่วงโซ่การผลิตและแปรรูปของโลก

แม้จีนกลับมาส่งออกบางส่วนหลังพักรบทางการค้า แต่สหรัฐกล่าวหาว่า ปักกิ่งยังอนุมัติการส่งออกล่าช้า ขณะที่จีนอาจใช้การออกใบอนุญาตส่งออกเพิ่มเติมเป็นเครื่องต่อรองในการประชุมครั้งนี้

4. สงครามอิหร่าน

สงครามอิหร่านจะเป็นอีกหัวข้อสำคัญ เนื่องจากจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการทูตกับเตหะราน ซึ่งทำให้การปิดล้อมเศรษฐกิจอิหร่านเป็นไปได้ยาก

รัฐบาลทรัมป์มีแนวโน้มกดดันสีให้ลดความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่อิหร่าน ขณะที่ปักกิ่งยืนยันต่อต้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐ และประกาศว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทจีน

5. ไต้หวัน

ประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่สุดยังคงเป็น “ไต้หวัน” โดยจีนต้องการขัดขวางแผนขายอาวุธของสหรัฐให้ไต้หวันมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ และเคยเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์ประกาศอย่างเป็นทางการว่า “คัดค้านเอกราชไต้หวัน”

ดังนั้น หากประเด็นไต้หวันถูกหยิบขึ้นมาบนโต๊ะเจรจา สิ่งที่ถูกจับตาคือ ทรัมป์จะยอมปรับท่าทีบางส่วนต่อไต้หวันเพื่อแลกกับผลประโยชน์จากจีนในประเด็นอื่นหรือไม่

การพบกันครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่อง “สงครามการค้า” แต่ครอบคลุมการแข่งขันแทบทุกมิติระหว่างสองมหาอำนาจ ตั้งแต่เทคโนโลยีและทรัพยากรยุทธศาสตร์ ไปจนถึงความมั่นคงในตะวันออกกลางและช่องแคบไต้หวัน ซึ่งผลการเจรจาอาจกำหนดทิศทางความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนในช่วงต่อจากนี้

อ้างอิง: bloombergatlantic