Tesla เดินเกมรุกเข้า ‘เวียดนาม’ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดใน ’อาเซียน‘ ท่ามกลางยักษ์ใหญ่เจ้าถิ่น VinFast ที่ครองตลาด 92% รอรับมืออยู่
KEY POINTS
- Tesla จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใน ‘เวียดนาม’ เดือนนี้ ปูทางไปสู่การขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาด EV เบอร์ 1 ในอาเซียน
- Tesla เผชิญหน้าโดยตรงกับ VinFast ค่ายรถยนต์ยอดขายอันดับ 1 ของประเทศ ซึ่งมีความพร้อมด้านระบบนิเวศในท้องถิ่น ทั้งสถานีชาร์จ บริการหลังการขาย และครองส่วนแบ่งตลาดรถ EV ในประเทศสูงถึง 92%
- นักวิเคราะห์ระบุว่า แบรนด์และเทคโนโลยีของ Tesla อาจดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อระดับพรีเมียมได้ แต่การเจาะตลาดในวงกว้างอาจทำได้ยากกว่ามาก
ซีเอ็นบีซีรายงานว่า “เทสลา” (Tesla) กำลังเข้าสู่ตลาด “เวียดนาม” ด้วยการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในชื่อ Tesla Motors Vietnam ในเดือนนี้ มุ่งเป้าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดใน “อาเซียน” แม้มีคู่แข่งเจ้าถิ่นที่แข็งแกร่งอย่าง “วินฟาสต์” (VinFast)
ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานสากลที่เผยแพร่เมื่อเดือนพ.ค.ระบุว่า เวียดนามได้ก้าวขึ้นเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนในปี 2025 โดยยอดขายเติบโตมากกว่าเท่าตัว และรถ EV มีสัดส่วนเกือบ 40% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด
Tesla แข่ง VinFast ไม่ง่าย
VinFast แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติเวียดนามที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq สามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถ EV ภายในประเทศได้ถึง 92% อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ของ HSC
VinFast มีกลุ่ม Vingroup กลุ่มบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม ซึ่งก่อตั้งโดยมหาเศรษฐีอันดับ 1 อย่าง “ฝ่าม เญิตเวือง” คอยหนุนหลัง จนสามารถสร้างระบบนิเวศรอบด้านสำหรับรถ EV ทั้งเครือข่ายสถานีชาร์จและบริการหลังการขาย จนมีรายได้รวมถึง 221.97 ล้านล้านดอง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
โคเคตโซ โซไอ นักวิเคราะห์จาก BMI ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Fitch Solutions ระบุว่า จุดแข็งในตลาดบ้านเกิดของ VinFast ได้แก่ การเป็นแบรนด์ที่คนท้องถิ่นรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี การทีระบบนิเวศ สถานีชาร์จ รวมถึงการเข้าถึงได้ง่ายผ่านเครือข่ายแท็กซี่ไฟฟ้าในท้องถิ่น
"มันคงเป็นเรื่องยากที่ Tesla จะแข่งขันกับ VinFast ในเวียดนาม เนื่องจาก VinFast มีข้อได้เปรียบที่กว้างขวางกว่าแค่เรื่องตัวผลิตภัณฑ์" โซไอกล่าว
ศุภฤกษ์ สะวิงวงศ์ นักวิเคราะห์ประจำอาเซียนจาก Mobility Global ระบุว่า VinFast ครองตลาดโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จในเวียดนามเบ็ดเสร็จ ด้วยเครือข่ายหัวชาร์จเฉพาะของตนเองที่มีมากกว่า 150,000 หัวชาร์จ พร้อมทั้งชี้ว่าสภาพแวดล้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานนี้เคยสร้างความท้าทายให้กับ BYD ในเวียดนามมาแล้วเช่นกัน
ทำไม Tesla เลือก ‘เวียดนาม’ ?
โซไอมองว่า “เวียดนาม” มีความโดดเด่นที่แตกต่างจากตลาดอื่นๆ ในอาเซียน หากวิเคราะห์ตลาดที่ Tesla เคยเจาะกลุ่มเป้าหมาย
ตลาด EV ไทย พัฒนาขึ้นจากฐานการผลิตยานยนต์ที่เติบโตเต็มที่และมีแบรนด์จากจีนเข้ามาหลากหลาย ส่วนการผลักดัน EV อินโดนีเซียมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับวัตถุดิบทำแบตเตอรี่และมาตรการจูงใจสำหรับการผลิตภายในประเทศ
แต่ในทางตรงกันข้าม เวียดนามมีสิ่งที่เรียกว่า "แชมป์แห่งชาติและระบบนิเวศด้านการเดินทางที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว" ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการใช้รถ EV ภายในประเทศ
นั่นหมายความว่า หาก Tesla เข้ามาทำตลาด จะต้องพบกับตลาดที่ผู้บริโภคมีความตื่นตัวเรื่องรถ EV ค่อนข้างสูง "โอกาสความสำเร็จของ Tesla จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างความต้องการรถ EV จากศูนย์ แต่ขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ว่าแบรนด์ เทคโนโลยี และประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถนั้นคุ้มค่าที่จะยอมจ่ายแพงกว่าทางเลือกที่มีอยู่ภายในประเทศ"
ตลาดโตต่อเนื่องจนทำให้ Tesla เห็นโอกาสที่กำลังขยายตัว ปีเตอร์ ริชาร์ดสัน รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Counterpoint Research ระบุว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเวียดนามพุ่งสูงขึ้นถึง 89% เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026
"ข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของ Tesla ในเวียดนามคือการเป็นแบรนด์ระดับโลกที่แข็งแกร่ง มีเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ที่ล้ำสมัย ซึ่งอาจดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อรถ EV ระดับพรีเมียมได้"
มองกลยุทธ์ Tesla ส่ง 2 รุ่นบุกตลาด
นักวิเคราะห์ทั้งสามรายที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC มองตรงกันว่า Model 3 และ Model Y คือรถยนต์รุ่นที่น่าจะเหมาะสำหรับการนำเข้ามาทำตลาดของ Tesla ในเวียดนาม
Model 3 เป็นรถเก๋งซีดานที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายที่สุดของ Tesla ขณะที่ Model Y เป็นรถครอสโอเวอร์ SUV ยอดนิยม
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวของ Tesla จะขึ้นอยู่กับการตั้งราคาที่แข่งขันได้ และการมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในท้องถิ่น
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จาก Mobility Global มองว่า “ในช่วงแรก Tesla และ VinFast จะทำหน้าที่เป็น เกณฑ์มาตรฐานเปรียบเทียบซึ่งกันและกัน มากกว่าจะเป็นคู่แข่งกันโดยตรง"





