วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569

Login
Login

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 21 September 2026

ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง ท่ามกลางความเสี่ยงอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 21 September 2026

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (18 – 24 ก.ย. 69)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงซึ่งได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านอุปทานในตะวันออกกลางเนื่องจากการสู้รบระหว่างซาอุดิอาระเบียและกลุ่ม Houthi ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ตลาดยังคงติดตามความสามารถของซาอุดิอาระเบียในการรักษาระดับการส่งออกน้ำมันดิบผ่านการสูบถ่ายเรือสู่เรือ (Ship-to-Ship) และความคืบหน้าการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันดิบ East-West Pipeline ที่ยังมีความไม่แน่นอน

ด้านอุปสงค์น้ำมันดิบเผชิญแรงกดดันจากการลดกำลังการกลั่นของโรงกลั่นอิสระในจีน ท่ามกลางค่าการกลั่นที่ปรับตัวลดลงจากข้อจำกัดการนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 สะท้อนความกังวลต่อเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในระยะถัดไป

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

•  ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงอยู่ในระดับสูง หลังจาก Reuters รายงานเครื่องบินรบของซาอุดิอาระเบียโจมตีเยเมน อีกทั้ง วันที่ 16 ก.ย. 69 Houthi ใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีเมืองต่างๆ ของซาอุดิอาระเบีย และนาย Yahya Saree ซึ่งเป็นโฆษกของ Houthi กล่าวว่า Houthi ได้ยิงเครื่องบินรบ F-15 ของซาอุดีอาระเบียตก

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 15 และ 16 ก.ย. 69 ซาอุดิอาระเบียโจมตีทางอากาศต่อเยเมนมากกว่า 450 ครั้ง ขณะที่สหรัฐฯ เตือนเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เดินทางไปยังซาอุดิอาระเบียให้เพิ่มความระมัดระวัง รวมถึงห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลเดินทางในรัศมี 20 ไมล์จากชายแดนเยเมน

• ตลาดยังคงติดตามความสามารถของซาอุดิอาระเบียในการรักษาระดับการส่งออกน้ำมันดิบ โดยใช้การถ่ายลำน้ำมันระหว่างเรือ (Ship-to-Ship) บริเวณอ่าวโอมาน ควบคู่กับการเร่งซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันดิบ East-West Pipeline ซึ่งมีกำลังการขนส่ง 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการได้บางส่วน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าสถานีเพิ่มแรงดันของท่อดังกล่าวได้รับความเสียหาย 3 แห่ง มากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า และยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาการซ่อมแซม ขณะเดียวกัน จีนได้ติดต่ออิหร่านเพื่อขอให้ช่วยยับยั้งกลุ่ม Houthi ในเยเมน เพื่อลดความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน โดยยังต้องติดตามท่าทีของอิหร่านและพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

• โรงกลั่นอิสระ (Teapot) ในมณฑล Shandong ของจีนมีแนวโน้มนำเข้าน้ำมันดิบลดลง หลังจากกลางเดือนก.ย. 69 มีการปรับลดอัตราการกลั่น เนื่องจากทางการท้องถิ่นยืนกรานไม่ให้นำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา JLC ผู้ให้บริการข้อมูลและวิเคราะห์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของจีน รายงานอัตราการกลั่นเฉลี่ยของโรงกลั่นอิสระจีน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 ก.ย. 69 ลดลง 3.27% จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 53.78%

ขณะที่ Reuters เผย ADNOC บริษัทน้ำมันแห่งชาติของ UAE ตกลงซื้อน้ำมันดิบอิรักจำนวน 32 ล้านบาร์เรล และ 40 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะส่งมอบเดือน ส.ค. และ ก.ย. 69 ตามลำดับ โดยจะนำไปเข้าโรงกลั่น Ruwais ที่มีกำลังการผลิตที่ระดับ 0.92 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะเดียวกันจะนำน้ำมันดิบที่ผลิตส่งออกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม อิรักยังคงเผชิญอุปสรรคในการขนส่งน้ำมันออกจากประเทศ ทำให้ส่งมอบได้ต่ำกว่าปริมาณที่จัดสรร ทั้งนี้ Kpler คาดการณ์ว่าอิรักจะส่งออกน้ำมันดิบในเดือน ก.ย. 69 ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเดือน ส.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 2.35 ล้านบาร์เรลต่อวัน

•  เมื่อวันที่ 15-16 ก.ย. 69 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% อยู่ที่ระดับ 3.75-4% โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 นอกจากนี้
ประธาน Fed นาย Kevin Warsh เน้นย้ำว่าเงินเฟ้อสูงและนานเกินไป ทำให้อาจมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก

 

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (11 – 17 ก.ย. 69)

• ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 6.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 102.32 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 5.93 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 105.94 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังจากซาอุดิอาระเบียระงับการส่งมอบน้ำมันดิบที่ท่าเรือ Yanbu ซึ่งมีกำลังรองรับราว 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในทะเลแดง

พร้อมยกเลิกเที่ยวเรือส่งออกน้ำมันดิบไปยังลูกค้ายุโรปสำหรับการส่งมอบช่วงปลายเดือน ก.ย.69 หลังจากท่อส่งน้ำมันดิบ East-West Pipeline ขนาด 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถูกโจมตี ทั้งนี้ Kpler รายงานว่า ซาอุดิอาระเบียส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่า Yanbu เฉลี่ย 3.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงเดือน มี.ค.-ส.ค. 69 ซึ่งเป็นช่วงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น

ในขณะเดียวกัน Goldman Sachs ประเมินระยะเวลาซ่อมแซมท่อ East-West Pipeline อาจใช้เวลานานสูงถึง 8 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม นาย Chris Wright รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า ท่อดังกล่าวอาจกลับมาดำเนินการได้ภายในไม่กี่วัน

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 69 กลุ่ม Houthi ในเยเมน รายงานว่า ซาอุดิอาระเบียได้โจมตีทางอากาศในเยเมนรวม 52 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ Taiz, al-Jawf, al-Bayda, Saada และ Amran โดยมีการมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน อาทิ โรงเรียน สะพาน และถนน

ด้าน EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ สิ้นสุดวันที่ 11 ก.ย. 69 ลดลง 0.64 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 423.43 ล้านบาร์เรล และเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 2 เดือน โดยลดลงน้อยกว่า Reuters Poll ที่คาดว่าลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ปริมาณสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ลดลง 0.4 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 285 ล้านบาร์เรล