'เวียดนาม' ได้รับการเลื่อนชั้นจาก 'ตลาดหุ้นชายขอบ' เข้าสู่ 'ดัชนีตลาดเกิดใหม่ FTSE Russell' อย่างเป็นทางการวันนี้ หลังปฏิรูปมาหลายปี คาดดึงเม็ดเงินเข้าประเทศถึง 6 พันล้านดอลลาร์
"ตลาดหุ้นเวียดนาม" ได้รับการขยับสถานะจาก "ตลาดหุ้นชายขอบ" (Frontier Market) เป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) อย่างเป็นทางการแล้วในวันจันทร์นี้ โดยถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนีตลาดเกิดใหม่ของ FTSE Russell ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของตลาดหุ้นเวียดนาม หลังใช้เวลามาหลายปีในการปฏิรูปตลาดเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
FTSE Russell ประเมินว่า การนำหุ้นเวียดนามเข้าดัชนีอาจทำให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่ประเทศสูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์ หลังเวียดนามอยู่ในรายชื่อประเทศที่น่าจับตาสำหรับการยกระดับมาตั้งแต่ปี 2018 เพื่อเข้าสู่กลุ่มตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมีจีนและอินเดียรวมอยู่ด้วย
ดัชนี VN-Index ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของตลาดหุ้นเวียดนาม เปิดตลาดวันจันทร์เพิ่มขึ้น 0.54% นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร ก่อนจะลดช่วงบวกลงเล็กน้อย
คาดกระแสอาจแผ่วลงก่อนสิ้นปี
ความคาดหวังต่อการยกระดับครั้งนี้ ช่วยกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนต่างชาติในหุ้นเวียดนามอีกครั้ง ข้อมูลจาก ตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิ 2.7 ล้านล้านดอง (เกือบ 3,500 ล้านบาท) ในสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางภาพรวมปีนี้ที่นักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดขายสุทธิประมาณ 91 ล้านล้านดอง
อย่างไรก็ตาม โทมัส เหวียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตลาดโลกของ SSI Securities Corporation ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ มองว่า หลังจากกระแสตอบรับในช่วงแรกผ่านไป ความสนใจของตลาดมีแนวโน้มลดลง
“ผมคาดว่าตลาดจะยังค่อนข้างซบเซาจนกว่าเราจะเข้าใกล้ปี 2027” เหวียนกล่าว
การนำหุ้นเวียดนามเข้าดัชนีจะดำเนินการเป็น 4 ระยะจนถึงปี 2027 โดยจะเพิ่มน้ำหนัก 10% ในเดือนก.ย. ตามด้วยอีก 20% ในเดือนมี.ค. และอีก 35% ในเดือนมิ.ย.และก.ย.ปีหน้า
“เมื่อเราเข้าใกล้การเพิ่มหุ้นเข้าดัชนีรอบถัดไปในเดือนมี.ค. ความสนใจน่าจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และเนื่องจากการจัดสรรน้ำหนักในรอบนั้นจะมากขึ้น นักลงทุนในประเทศก็น่าจะเห็นผลเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนขึ้น” เหวียนกล่าว
Vanguard จ่อลงทุนเพิ่ม 2.5 พันล้านดอลลาร์
เมื่อวันศุกร์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ Vanguard เพิ่งประกาศว่าาบริษัทมีแผนลงทุนในเวียดนามประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ผ่านกองทุนที่อ้างอิงดัชนี FTSE ในช่วง 1 ปีข้างหน้า
“Vanguard มีแผนถือครองการลงทุนในเวียดนามไปอีกหลายสิบปี ตราบใดที่เวียดนามยังอยู่ในดัชนีอ้างอิง (FTSE)” ดันแคน เบิร์นส์ หัวหน้าฝ่ายบริหารการลงทุนและหุ้นทั่วโลกประจำเอเชียแปซิฟิกของ Vanguard Australia กล่าวในการประชุมที่ฮานอย
เบิร์นส์กล่าวว่า การเปิดให้นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นได้โดยไม่ต้องวางเงินล่วงหน้า ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนต่างชาติอย่าง Vanguard ซึ่งบริหารสินทรัพย์ทั่วโลกประมาณ 13 ล้านล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ การนำระบบ KRX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายใหม่ที่พัฒนาร่วมกับตลาดหุ้นเกาหลีใต้มาใช้ ได้ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดหุ้นเวียดนามให้ทันสมัยขึ้น ขณะที่การเดินหน้าไปสู่ระบบชำระราคาแบบรวมศูนย์ และการปฏิรูปด้านอื่นๆ กำลังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดเวียดนามเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลบางประการ รวมถึงข้อจำกัด "สัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ" และข้อจำกัดด้าน "จำนวนหุ้นที่หมุนเวียนซื้อขายได้อย่างเสรี" (free float) ของบริษัทบางแห่ง
จับตา MSCI ยกระดับตาม
การเข้าสู่ดัชนีตลาดเกิดใหม่ของ FTSE Russell ยังทำให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังว่า MSCI อาจยกระดับเวียดนามเป็นตลาดเกิดใหม่ในอนาคตเช่นกัน
นักลงทุนระบุว่า การนำระบบสำนักหักบัญชีคู่สัญญากลาง (CCP) มาใช้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 อาจช่วยให้เวียดนามเข้าใกล้การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการเข้าถึงตลาดของ MSCI มากขึ้น
“FTSE เป็นเรื่องของการเข้าถึงตลาด ส่วน MSCI เป็นเรื่องของขนาด” เหวียนกล่าว “นั่นคือเหตุผลว่าทำไมระบบสำนักหักบัญชีคู่สัญญากลางจึงมีความสำคัญมาก”
ที่มา: Reuters, Nikkei Asia




