เมื่อ BOJ จ่อขึ้นดอกเบี้ยสวนทางจีน สปอตไลท์ส่ง “เงินหยวน” นักลงทุน Carry Trade เปลี่ยนทั่วโลกเริ่มเบนเข็มหา "แหล่งกู้เงินต้นทุนต่ำ" แห่งใหม่
KEY POINTS
- จุดเปลี่ยน Carry Trade โลก เมื่อเงินเยนผันผวนหนัก BOJ ส่งสัยญาณขึ้นดอกเบี้ยดันค่าเงินเยนแข็งค่าถึง 4% ในเดือนก.ย. ดันกลยุทธ์แครี่เทรดด้วยเงินเยนขาดทุน 1% นักลงทุนสถาบันชั้นนำระดับโลกจึงเริ่มย้ายฐานระดมทุนไปยัง “เงินหยวน”
- จุดเด่นเงินหยวน “ดอกเบี้ยต่ำ-ค่าเงินนิ่ง” หนุนผลตอบแทนบวก ส่งผลให้แครี่เทรดที่กู้ยืมเงินหยวนนอกประเทศไปลงทุนในตลาดเกิดใหม่ทำกำไรได้ 1.5% สวนทางกับเงินเยนอย่างชัดเจน
- ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง แต่ดอกเบี้ย BOJ คือตัวเร่งประวัติศาสตร์ แม้เงินหยวนจะยังไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้อย่างเสรีเต็มที่และมีสภาพคล่องระยะยาวจำกัด แต่หาก BOJ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง จะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินหยวนนอกประเทศถูกกว่าเงินเยนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และก้าวขึ้นมาเป็นสกุลเงินระดมทุนหลักของเอเชีย
บลูมเบิร์กรายงานว่าเป็นเวลาหลายทศวรรษที่ "เงินเยน" ของญี่ปุ่นครองตำแหน่งสกุลเงินยอดนิยมอันดับหนึ่งสำหรับการทำ “Carry Trade” หรือกลยุทธ์การกู้ยืมเงินในสกุลที่มีดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
ทว่าภูมิทัศน์การเงินโลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสัญญาณการเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ผลักดันให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นตัวการสำคัญที่บั่นทอนผลตอบแทนของนักเก็งกำไรทั่วโลก
จนนำมาสู่คำถามสำคัญในหมู่นักลงทุนสถาบันว่า ทำไมเวลานี้ สปอตไลท์จึงเบนเข็มไปที่ “เงินหยวน” ของจีนอย่างมีนัยสำคัญ?
สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลก ทั้งซิตี้กรุ๊ป, ธนาคารเมย์แบงก์, ซอซีเอเต เจเนราล และบีบีวีเอ ต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า เงินหยวนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดในการเป็นสกุลเงินระดมทุนแทนที่เงินเยน
ทำไม ‘เงินหยวน’ จึงน่าสนใจ?
บรรดานักลงทุนรู้ดีว่าหัวใจสำคัญของ การทำ Carry Trade มีเพียง 2 ประการ คือ ต้นทุนเงินกู้ที่ต่ำ และ อัตราแลกเปลี่ยนที่มีเสถียรภาพ ซึ่งในเวลานี้จีนตอบโจทย์ทั้งสองข้อได้อย่างแม่นยำ
สำหรับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน BOJ ของญี่ปุ่นมีระดับอัตราดอกเบี้ยล่าสุดอยู่ที่ 1.00% ส่วนธนาคารกลางจีน (PBOC) ล่าสุดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี ที่ระดับ 3.1% และ LPR ระยะ 5 ปี ไว้ที่ 3.6%
ฟิโอนา ลิม นักวิเคราะห์จากเมย์แบงก์ชี้ให้เห็นประเด็นนี้ว่า "อัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำและค่าเงินหยวนที่มีเสถียรภาพ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับเงินหยวนในฐานะเครื่องมือระดมทุนสำหรับแครี่เทรด" โดยความนิ่งของอัตราดอกเบี้ยจีนท่ามกลางผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้น คือแรงดึงดูดสำคัญ
ขณะที่ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักกำลังถูกกดดันให้ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ แต่ PBOC กลับยังคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในระดับปานกลาง ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมในจีนอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เสถียรภาพของเงินหยวนที่ได้แรงหนุนจากความยืดหยุ่นของจีนต่อต้นทุนราคาน้ำมันโลกและการบริหารจัดการค่าเงินอย่างใกล้ชิดของ PBOC กลายเป็น "เกราะกำบังความผันผวน" ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถล็อกส่วนต่างผลตอบแทนได้อย่างมั่นคง ซึ่งต่างจากเงินเยนที่ผันผวนรุนแรงจนทำลายสถานะลงทุนของนักเทรดในช่วงที่ผ่านมา
เมื่อเปรียบเทียบความผันผวนของค่าเงิน ค่าเงินเยนเหวี่ยงตัวอย่างหนัก จากการปรับตัวลดลงในเดือนสิงหาคมพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นถึง 4% ในช่วงเดือนก.ย. ขณะที่เงินหยวนนอกประเทศกลับแทบไม่มีความเคลื่อนไหว
ข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์กระบุว่า กลยุทธ์ Carry Trade ด้วยการกู้ยืมเงินหยวนนอกประเทศไปกระจายลงทุนในตะกร้า 8 สกุลเงินของกลุ่มตลาดเกิดใหม่นั้นสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวก 1.5% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ในทางกลับกัน กลยุทธ์เดียวกันแต่ระดมทุนด้วยเงินเยน กลับให้ผลลัพธ์ติดลบ โดยขาดทุนไป 1%
ในรายงานช่วงต้นเดือนก.ย.ของโรฮิต การ์ก และกอร์ดอน โกห์ ซึ่งเป็นสองนักกลยุทธ์จากซิตี้กรุ๊ปได้ระบุว่า อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความผันผวนของเงินหยวนนอกประเทศที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้เงินหยวนกลายเป็นตัวเลือกการระดมทุนที่โดดเด่นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ทั้งสองได้แนะนำกลยุทธ์การเทรดแบบ Dollar Call - Offshore Yuan Put Spread เพื่อสร้างผลกำไรจากทิศทางนี้
พร้อมย้ำว่า "การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนแครี่เทรดที่ปรับด้วยค่าความผันผวนแล้ว หมายความว่าเงินหยวนอาจกลายเป็นแหล่งเงินทุนยอดนิยมสำหรับแครี่เทรดทั่วโลกมากขึ้น"
ทำไมส่วนต่าง ‘ดอกเบี้ย’ กำลังกว้างขึ้น?
ในปี 2024 นักลงทุนจะเคยใช้กลยุทธ์ Short เงินหยวนเพื่อไปหาผลตอบแทนในสกุลเงินดอลลาร์และตลาดเกิดใหม่มาแล้ว แต่หลังจากนั้นแรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่งของจีนทำให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นจนผลตอบแทนแครี่เทรดลดน้อยลงไปตั้งแต่ปีที่แล้ว
ทว่าสถานการณ์รอบนี้กำลังเปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อการพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ทั้งในสหรัฐ สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ได้ถ่างช่องว่างส่วนต่างดอกเบี้ยกับจีนให้กว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
คียอง ซ็อง นักวิเคราะห์จาก Societe Generale วิเคราะห์ว่า แม้ปัจจุบันความสมดุลระหว่างโอกาสที่หยวนจะแข็งค่ากับผลตอบแทนแครี่เทรดยังอยู่ในระดับทรงตัว แต่ช่องว่างอัตราดอกเบี้ยที่กำลังถ่างกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จะผลักดันให้การทำแครี่เทรดด้วยเงินหยวนทำกำไรได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การที่ PBOC กำหนดอัตราอ้างอิงรายวัน ซึ่งควบคุมให้เงินหยวนในประเทศเคลื่อนไหวในกรอบไม่เกิน 2% ยังส่งสัญญาณชัดเจนว่า ทางการจีนมีความพยายามที่จะสกัดกั้นไม่ให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นไปมากกว่าระดับปัจจุบัน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของนักลงทุนแครี่เทรดได้เป็นอย่างดี
ข้อมูลจาก Depository Trust and Clearing Corp. (DTCC) เผยให้เห็นว่า ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของสัญญาออปชัน Dollar-Offshore Yuan Put Options ในช่วง 8 วันแรกของเดือนก.ย. พุ่งสูงขึ้นกว่า 60% เมื่อเทียบกับเดือนส.ค.
หยวนแทน ‘เยน’ ได้จริงหรือ?
ดาริอุส โควัลชิก หัวหน้านักวิเคราะห์จาก BBVA ให้มุมมองอย่างตรงไปตรงมาว่า ขนาดของแครี่เทรดเงินหยวนยังคงมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับเงินเยน เนื่องจากเงินหยวนยังไม่ใช่สกุลเงินที่สามารถแลกเปลี่ยนได้เต็มที่ ประกอบกับสภาพคล่องในการกู้ยืมระยะยาวของจีนยังเบาบางกว่า จึงเป็นไปได้ยากที่จะเข้ามาแทนที่เงินเยนได้อย่างเบ็ดเสร็จ 100%
อย่างไรก็ตาม โควัลชิก ชี้ว่าข้อจำกัดทางโครงสร้างดังกล่าวไม่อาจหยุดยั้งกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ โดยมีตัวเร่งสำคัญคือนโยบายดอกเบี้ยของ BOJ
"เป็นความเสี่ยงที่น่าจับตามองว่าเงินหยวนนอกประเทศอาจก้าวขึ้นมาแทนที่เงินเยน ในฐานะสกุลเงินระดมทุนหลักของภูมิภาคเอเชียสำหรับกลยุทธ์แครี่เทรด เพราะเมื่อ BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ต้นทุนการระดมทุนด้วยเงินเยนจะขยับขึ้นมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเงินหยวน และหากมีการขึ้นดอกเบี้ยในครั้งถัดไป จะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินหยวนนอกประเทศถูกกว่าเงินเยนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์"
อ้างอิง Bloomberg




