OPEC+ มีมติตรึงกำลังการผลิต ต.ค. รอเคลียร์โควตาใหม่ ท่ามกลางพิษสงครามอิหร่านกดดันตลาด จับตาถกโควตาใหม่ปี 2027
ซีเอ็นบีซีรายงาน กลุ่มโอเปกพลัส OPEC+ แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมมีมติคงนโยบายกำลังการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนต.ค.ไว้ตามเดิม เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ผลิตจำเป็นต้องตกลงเรื่องโควตาการผลิตใหม่ให้ได้ก่อน จึงจะสามารถตัดสินใจก้าวต่อไปได้
การประชุมของ 7 ชาติสมาชิกหลักของ OPEC+ ทั้งซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก คูเวต แอลจีเรีย คาซัคสถาน และโอมาน เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามอิหร่านที่ยังคงส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง ทำให้อิทธิพลของ OPEC+ ในการควบคุมราคาน้ำมันและรักษาส่วนแบ่งตลาดลดลง
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนส.ค. OPEC+ ได้ตกลงที่จะปรับเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับเดือนก.ย.ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดแผนทยอยยกเลิกมาตรการลดกำลังการผลิต 1.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่เคยทำข้อตกลงไว้เมื่อปี 2023
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตกลงเพิ่มกำลังการผลิต แต่กลุ่มโอเปกและชาติพันธมิตรอย่างรัสเซีย ยังคงผลิตน้ำมันได้ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างมาก อันเนื่องมาจากผลกระทบของสงคราม
พิษสงครามอิหร่านลดอำนาจต่อรอง OPEC
จอร์จ ลีออน จากบริษัทวิจัยพลังงาน Rystad Energy ระบุว่า “ในปัจจุบัน OPEC+ มีอิทธิพลต่อตลาดน้ำมันจริงน้อยมาก กลุ่มอาจปรับเปลี่ยนเป้าหมายการผลิตบนหน้ากระดาษได้ แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าน้ำมันเหล่านั้นจะถูกผลิตออกมาจริง หรือถูกส่งไปถึงมือตลาดได้จริงหรือไม่” พร้อมเสริมว่า
“จุดสนใจในขณะนี้จึงเปลี่ยนจากการปรับกำลังการผลิตรายเดือน ไปสู่การเจรจาที่มีความสำคัญกว่ามาก นั่นคือข้อตกลงสำหรับปี 2027”
ปัจจุบัน OPEC+ ยังคงมีมาตรการลดกำลังการผลิตอีกหนึ่งชั้น ซึ่งครอบคลุมสมาชิกส่วนใหญ่จากทั้งหมด 21 ประเทศไปจนถึงสิ้นปี 2026 โดยก่อนที่กลุ่มจะตัดสินใจว่าจะยกเลิกมาตรการลดกำลังการผลิตนี้อย่างไรเพื่อปล่อยน้ำมันกลับเข้าสู่ตลาด ทางกลุ่มจำเป็นต้องประเมินขีดความสามารถในการผลิตของสมาชิกแต่ละรายใหม่ เพื่อกำหนดระดับกำลังการผลิตอ้างอิงสำหรับปี 2027 ซึ่งจะใช้เป็นฐานในการจัดสรรโควตาต่อไป
การเจรจาประเด็นดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2026 ส่งผลให้ OPEC+ มีแนวโน้มที่จะระงับการปรับเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ตามรายงานจากแหล่งข่าววงในของรอยเตอร์ ขณะที่แถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมายังไม่มีการระบุถึงนโยบายหลังจากเดือนตุลาคมแต่อย่างใด
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีเพียง 7 ชาติสมาชิกหลักของ OPEC+ ที่เข้าร่วมการประชุมเมื่อวันอาทิตย์เท่านั้นที่มีบทบาทในการตัดสินใจเรื่องกำลังการผลิตรายเดือน โดยทั้ง 7 ประเทศมีกำหนดจัดการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 4 ตุลาคม
ทางด้านราคาน้ำมันในตลาดโลกสัปดาห์นี้ปรับตัวพุ่งขึ้นมากกว่า 7% หลังสหรัฐและอิหร่านกลับมาเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารตอบโต้กันอีกครั้ง ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่เจ็ด ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐก็พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวขึ้น 76 เซนต์ ปิดตลาดวันศุกร์ที่ 96.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ขยับขึ้น 18 เซนต์ ปิดที่ 91.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ภาพรวมตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 8% ขณะที่ WTI พุ่งขึ้นเกือบ 10%





