PMI ภาคการผลิตจีนหดตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนเศรษฐกิจจีนที่ยังซึมหนักช่วงครึ่งปีหลัง กดดันรัฐบาลอาจต้องออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดในวันนี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตในเดือนก.ค. อยู่ที่ 49.8 ซึ่งเป็นเดือนที่สองติดต่อกันแล้วที่ตัวเลขอยู่ในระดับ "หดตัว" หรืออยู่ในระดับต่ำกว่า 50.0
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขครั้งนี้ก็ยังนับว่าปรับตัวดีขึ้นจากเดือนมิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 49.2 และดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งสำรวจโดยรอยเตอร์สคาดการณ์ไว้ที่ 49.6
ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ชะลอตัวลงเหลือ 4.3% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2022 เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ และภาวะซบเซาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ภาวะซบเซาของเศรษฐกิจจีน "ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น" ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 นี้ เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคหยุดชะงัก การลงทุนในเขตเมืองหดตัวในอัตราที่เร็วขึ้น และอัตราการว่างงานปรับตัวสูงขึ้น
ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมต่างชะลอตัวลงในเดือนก.ค. ขณะที่การเติบโตของกำไรภาคอุตสาหกรรมก็ชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำที่สุดของปีนี้
"การส่งออก" เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เพียงไม่กี่ตัวที่ช่วยพยุงการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ และช่วยบรรเทาผลกระทบบางส่วนจากปัจจัยลบภายนอก โดยกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังเฟื่องฟูทั่วโลก ช่วยหนุนความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่ผลิตในจีน ส่งผลให้การส่งออกของจีนขยายตัวในระดับ "เลขสองหลัก" เกือบตลอดทั้งปีนี้
ทางการจีนให้คำมั่นว่าจะออกมาตรการใหม่ๆ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมส่งสัญญาณว่ายังมีพื้นที่สำหรับ "การใช้จ่ายทางการคลังเพิ่มเติม" และการผ่อนคลายนโยบายการเงิน อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่ามาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมมีแนวโน้มว่าจะมีขนาดไม่มากนัก



