ไต้หวันมีข้อจำกัดหลายด้าน ที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของความมั่นคง เรื่องของอธิปไตยของประเทศ แต่ไต้หวันไม่ได้ยอมแพ้ต่อโชคชะตา กลับใช้มันสมองและคอนเนกชันต่อสู้เพื่อยืนหยัดในโลก
เพราะเศรษฐกิจดีมาก มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดีที่สุดในรอบ 39 ปี ไต้หวันจึงมีนโยบายแจกเงิน 10,000 บ.
ไต้หวันคือดินแดนที่โลกตะวันตกนำโดยสหรัฐเลือกข้าง และให้เทคโนโลยีด้านเอไอและเซมิคอนตักเตอร์ อุตสาหกรรมสื่อสาร และเลือกเป็นห่วงโซ่อุปทานของชิ้นส่วนมือถือ แบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นเลือกไทยให้เป็นฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมยานยนต์ ต่างกันตรงอุตสาหกรรมที่ไต้หวันจับคืออุตสาหกรรมขาขึ้น หรือที่เรียกว่า Sunrise business ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ยอดต่ำลงทุกปี คือ Sunset business
ไต้หวันมีข้อจำกัดหลายด้าน ที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของความมั่นคง เรื่องของอธิปไตยของประเทศที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดความรุนแรงกับประเทศมหาอำนาจ คือ จีน ขณะที่เกาะไต้หวันซึ่งเป็นเกาะไม่ใหญ่ ทรัพยากรไม่มาก ประชากรก็ไม่มาก ประมาณ 23 ล้านคน คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่บังคับให้การเติบโตของเกาะจำต้องพึ่งพาการค้าการส่งออกมากกว่ากำลังการซื้อภายในที่มีไม่มาก
แต่ภายใต้ข้อจำกัดที่ว่ามา ไต้หวันไม่ได้ยอมแพ้ต่อโชคชะตา กลับใช้มันสมองและคอนเนกชันต่อสู้เพื่อยืนหยัดในโลก แต่เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนไต้หวันเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมขนาดย่อมและส่งออกไปสหรัฐ ขณะที่ปัจจุบันก็พัฒนาด้านห่วงโซ่อุปทานอุปกรณ์ไฮเทค ตั้งแต่ชิปประมวลผล คอมพิวเตอร์ มือถือ ไปจนถึงอาวุธสมัยใหม่
ภายใต้ภัยคุมคามจากอีกฝั่งทะเล หลอมรวมให้คนไต้หวันเป็นหนึ่ง มีทัศนคติและวิถีรักประชาธิปไตย สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีแนวคิดเสรีนิยมหัวก้าวหน้า นี่คือเหตุผลว่าทำไมไต้หวันถึงชอบมีนโยบายที่ดูทันสมัยตอบรับกับโลกปัจจุบันตั้งแต่อดีต อาทิ หวยใบเสร็จ การลุ้นรับโบนัสเมื่อมาเที่ยวไต้หวัน การแบ่งจ่ายค่าปรับจราจรให้กับผู้แจ้งการกระทำผิดกฎ
เพราะคนไต้หวันรักประชาธิปไตยแบบเสรี เลือกนักการเมืองที่มีวิสัยทัศน์ ประกอบกับคอนเนชันที่มีกับสหรัฐ และที่สำคัญที่สุดคือการเลือกเส้นทางอุตสาหกรรมที่ถูกต้อง จึงทำให้ไต้หวันเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จีดีพีเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี (แม้กระทั่งในช่วงโควิด) เฉลี่ยรวม 3-4% และเติบโตที่สุดในปีที่ผ่านมากว่า 11%
เงินที่มากมายไหลเข้าสู่เกาะเล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 23 ล้านคน และนี่คือเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลถึงสามารถนำเงินได้ที่มากมายนั้นแบ่งแก่ประชาชนโดยที่ไม่ต้องกู้มาแจกแบบไทย เงินที่มากมายนี้แม้จะแบ่งไปเก็บไว้พัฒนาในปีต่อๆ ไป และแบ่งไปเพิ่มงบกลาโหมจนแตะระดับ 1.12 ล้านล้านบาท ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
เพราะไต้หวันเลือกข้าง เลือกทำในอุตสาหกรรมขาขึ้น เลือกที่จะเปลี่ยนและพัฒนาจากสังคมอุตสาหกรรมขนาดเล็ก จนกลายเป็นฐานผลิตที่สำคัญด้านเอไอและเซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์สื่อสารที่โลกขาดไม่ได้ในปัจจุบัน ไม่จมปรักอยู่กับความสำเร็จในอดีตที่แต่ก่อนผลิตร่มเก่ง ผลิตสับปะรดกระป๋องเก่งเพียงเท่านั้น แต่เลือกเส้นทางเติบโตที่คู่ขนานไปกับเทรนด์โลก



