ราคาน้ำมันดิบปิดสัปดาห์ร่วงลง ท่ามกลางความชะงักงันของการเจรจายุติสงครามสหรัฐ‑อิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่น้ำมันยังถูกขนส่งผ่านช่องแคบ
รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ ในวันศุกร์ (28 ส.ค.69) ปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลง โดยผู้ค้าชั่งน้ำหนักภาวะชะงักงันของการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เทียบกับการที่ยังมีน้ำมันบางส่วนไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 39 เซนต์ ปิดที่ 89.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ลดลง 13 เซนต์ ปิดที่ 83.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งสองสัญญาปิดสัปดาห์ในแดนลบ โดยเบรนท์ร่วงมากกว่า 5% และ WTI ลดลงราว 4%
“การที่สหรัฐหันมาใช้ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจผ่านมาตรการคว่ำบาตร แทนแรงกดดันทางทหาร ผนวกกับกระแสข่าวเรื่องเส้นทางเดินเรือร่วมโอมาน‑อิหร่าน ส่งผลให้ส่วนเพิ่มความเสี่ยง (risk premium) ในราคาน้ำมันลดลง” ซุฟโร ซาร์การ์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยพลังงานของ DBS Bank กล่าว
เรือยังขนน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐเพิ่งประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านชุดใหม่เมื่อต้นสัปดาห์ โดยระบุว่าเป็น “คว่ำบาตรที่เข้มที่สุดในประวัติศาสตร์” ขณะที่เตหะรานตอบโต้ว่าเป็น “การกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและเป็นปฏิปักษ์” ซึ่งความมีประสิทธิผลได้ “เสื่อมลงแล้ว”
นายกรัฐมนตรีกาตาร์ เข้าพบผู้นำระดับสูงของอิหร่านที่เตหะรานเมื่อวันพฤหัสบดี ย้ำความสำคัญของการกลับสู่ภาวะก่อนสงครามที่ให้มีการเดินเรือเสรีผ่านเส้นทางน้ำสากลดังกล่าว
อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวแบบเปราะบางของปริมาณน้ำมันที่ไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันโลกราว 20% ยังเป็นไปอย่างไม่สม่ำเสมอ
ข้อมูลเบื้องต้นด้านการเดินเรือระบุว่า มีเรือบรรทุกสินค้า 7 ลำผ่านช่องแคบในวันพฤหัสบดี ลดลงจาก 17 ลำในวันก่อนหน้า และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันที่ 15 ลำ โดยเรือที่ออกจากช่องแคบประกอบด้วยเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดกลาง เรือบรรทุกบิทูเมน และเรือเทกอง (bulk carrier)
ในอีกจุดคอขวดทางทะเลสำคัญอย่างช่องแคบบับ อัล‑มันเดบ มีเรือบรรทุกสินค้า 17 ลำแล่นผ่าน แบ่งเป็นเรือเข้า 6 ลำ และเรือออก 11 ลำ
ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ประเมินเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันรวมจากอ่าวเปอร์เซียล่าสุดอยู่ที่ราว 15–16 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำกว่าระดับก่อนสงครามราว 7–8 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่สูงกว่าจุดต่ำสุดในเดือนมีนาคมราว 5–6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
จอห์น อีแวนส์ นักวิเคราะห์จาก PVM Oil Futures กล่าวว่า “เรามีท่าที ‘เตรียมพร้อมสำหรับทุกอย่าง แต่ไม่ฟันธงอะไรทั้งนั้น’ ผลกระทบว่าใครจะอยู่หรือจะออกจากโอเปก ความต้องการใช้น้ำมันของจีนจะถูกกระทบอย่างไร หรือปัญหาโรงกลั่นทั่วโลกจะแก้ได้หรือไม่ ล้วนผูกติดอยู่กับเกวียนสงครามที่สั่นคลอนคันนี้ทั้งนั้น”
เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์กำลังเดินหน้าหารือข้อตกลงเพื่อให้สหรัฐเข้าถึงสำรองน้ำมันของเวเนซุเอลาในระยะยาว แหล่งข่าวระบุเมื่อวันพฤหัสบดี โดยมองว่าหากสำเร็จอาจช่วยลดต้นทุนนำเข้าน้ำมันของสหรัฐได้ในที่สุด ขณะเดียวกัน มีรายงานของบลูมเบิร์กว่าเวเนซุเอลากำลังพิจารณาออกจากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันโอเปกด้วย
ในอีกฟากหนึ่ง ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ยกระดับขึ้นหลังมอสโกเตือนว่าอาจโจมตีเป้าหมายทางทหารของอังกฤษทั้งในและนอกยูเครน เพื่อตอบโต้การที่กองทัพยูเครนใช้อาวุธมิสไซล์ร่อนพิสัยไกลที่อังกฤษจัดหา โจมตีดินแดนรัสเซีย อย่างไรก็ดี ทรัมป์ ระบุว่าประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน จะไม่โจมตีประเทศสมาชิกนาโต และเขายังลดทอนน้ำหนักรายงานข่าวที่ระบุว่าผู้อำนวยการ CIA จอห์น แรตคลิฟฟ์ ได้เตือนเจ้าหน้าที่รัสเซียเรื่องดังกล่าวในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งนาโต
กองทัพยูเครน ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า ได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียแห่งหนึ่งในแคว้นยาโรสลาฟล์ในช่วงเวลากลางคืนที่ผ่านมา




