วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ตุรกีเก็บได้ ทำไมอิหร่านไม่ได้ เตหะรานเล็งใช้ ‘โมเดลตุรกี’ เก็บเงินฮอร์มุซ

อิหร่านเล็งใช้ ‘โมเดลตุรกี’ เก็บค่าบริการเรือผ่านฮอร์มุซ หวังเปลี่ยนเส้นเลือดใหญ่พลังงานโลกเป็นขุมรายได้ หลังตุรกี ‘โกยเกือบหมื่นล้านบาทต่อปี’ แต่เดิมพันนี้ยังติดด่านใหญ่ ทั้งกฎหมายทะเลและแรงต้านจากนานาชาติ

ในเมื่อตุรกีเก็บได้ แล้วทำไมอิหร่านจะเก็บไม่ได้? นี่เป็นแนวคิดความพยายามครั้งใหม่ของเตหะราน ที่กำลังหาทางเปลี่ยน “ช่องแคบฮอร์มุซ” หนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ของการค้าและพลังงานโลก ให้กลายเป็น “แหล่งรายได้”

อิหร่านกำลังเดินหน้าวางกรอบเก็บค่าบริการ จากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยมี “โมเดลของตุรกี” เป็นต้นแบบ หลังตุรกีสามารถขึ้นค่าบริการเรือผ่าน “ช่องแคบบอสพอรัสและดาร์ดะเนลส์” (Bosporus และ Dardanelles Straits) ของตนถึง 8 เท่าในช่วง 4 ปี

แทนที่จะเก็บในชื่อ “ค่าผ่านทาง” ตรงๆ อิหร่านกำลังหาช่องทางเก็บเงินในรูป “ค่าบริการทางทะเล” ตั้งแต่ความปลอดภัย การกู้ภัย ไปจนถึงบริการเดินเรือ ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า หากตุรกีทำได้ อิหร่านจะทำแบบเดียวกันกับฮอร์มุซได้หรือไม่

ต้นแบบสำคัญคือ “ตุรกี” ซึ่งเก็บค่าบริการจากเรือที่ผ่านช่องแคบบอสพอรัสและดาร์ดะเนลส์ สำหรับบริการประภาคาร กู้ภัยทางทะเล และมาตรการกักกันโรค

ล่าสุด ในเดือนกรกฎาคม ตุรกีปรับค่าบริการ “ขึ้นอีก 15%” เป็น 6.70 ดอลลาร์ต่อตันสุทธิ เพิ่มขึ้นกว่า 8 เท่าจาก 0.80 ดอลลาร์เมื่อ 4 ปีก่อน หลังเริ่มปรับค่าธรรมเนียมครั้งแรกในรอบเกือบ 40 ปีเมื่อปี 2022 โดยในปีสิ้นสุดเดือนมิถุนายน ตุรกีมีรายได้จากค่าบริการดังกล่าว สูงถึง 259 ล้านดอลลาร์ หรือ “ราว 8,500 ล้านบาท”

ตุรกีเก็บได้ ทำไมอิหร่านไม่ได้ เตหะรานเล็งใช้ ‘โมเดลตุรกี’ เก็บเงินฮอร์มุซ

สำหรับอิหร่าน ความขัดแย้งทางทหารกับสหรัฐ ยิ่งทำให้การรักษาอำนาจเหนือช่องแคบฮอร์มุซสำคัญอย่างยิ่งในเชิงยุทธศาสตร์ แต่อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลไม่อนุญาตให้ประเทศเรียกเก็บเงิน เพียงเพราะเรือแล่นผ่านน่านน้ำในช่องแคบระหว่างประเทศ อิหร่านจึงกำลังศึกษาแนวทาง “เก็บค่าบริการ ไม่ใช่ค่าผ่านทาง” เช่นเดียวกับตุรกี

ทั้งนี้ ในเชิงกฎหมาย สองกรณีไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด เพราะช่องแคบตุรกีอยู่ภายใต้กรอบ “อนุสัญญามองเทรอซ์” (Montreux Convention) ซึ่งกำหนดระบบการเดินเรือผ่านช่องแคบตุรกีโดยเฉพาะ และมีบทบัญญัติเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมสำหรับบริการ เช่น ประภาคาร การกู้ภัย และบริการด้านสาธารณสุข 

ขณะที่ฮอร์มุซนั้นซับซ้อนกว่า เพราะไม่ใช่พื้นที่ที่อิหร่านควบคุมเพียงประเทศเดียว และเป็นเส้นทางเดินเรือ-ขนส่งพลังงานระหว่างประเทศที่สำคัญมาก มีข้อจำกัดเรื่องการเก็บค่าผ่านทางตาม “กฎหมายทะเลระหว่างประเทศ” (United Nations Convention on the Law of the Sea)

UNCLOS มาตรา 38 รับรองหลัก Transit Passage หรือสิทธิในการเดินเรือผ่านช่องแคบที่ใช้สำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศ ขณะที่มาตรา 42 ระบุว่า กฎของรัฐริมช่องแคบต้องไม่ขัดขวางหรือบั่นทอนสิทธิ Transit Passage

ที่สำคัญ UNCLOS ยังกำหนดว่า ไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือต่างชาติเพียงเพราะเรือแล่นผ่านได้ แต่สามารถเรียกเก็บค่าบริการเฉพาะที่ให้แก่เรือนั้นได้

นี่จึงเป็นช่องที่อิหร่านกำลังสนใจ ไม่เรียกว่า “ค่าผ่านฮอร์มุซ” แต่เรียกว่า “ค่าบริการทางทะเล” เช่น ค่าตรวจสอบความปลอดภัย ค่ากู้ภัย บริการเดินเรือ หรือการจัดหาเชื้อเพลิง

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานโดยอ้างการประเมินของเจ้าหน้าที่อิหร่านว่า หากประเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริหารช่องแคบฮอร์มุซสามารถเรียกเก็บค่าบริการได้ อาจสร้างรายได้สูงถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ “ราว 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี” 

อิหร่านยังมองไปถึง “คลองสุเอซ” และ “คลองปานามา” ซึ่งมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือมานาน โดยเฉพาะคลองสุเอซที่สร้างรายได้ให้อียิปต์ 4,600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 150,000 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม แผนของอิหร่านยังเผชิญอุปสรรคสำคัญทั้งด้านกฎหมายและแรงต่อต้านจากนานาชาติ โดยมิทัต เรนเด อดีตนักการทูตตุรกีระบุว่า หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการเดินเรือระหว่างประเทศได้

เป็นที่น่าจับตาว่า ความพยายามของเตหะราน จะกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐ หรือจะเผชิญแรงต้านจนยังไม่สามารถนำมาใช้จริงได้
 

อ้างอิง: nikkeiunaa