เบื้องหลังการกลับมาพลิกฟื้น Apple ของ ‘สตีฟ จ็อบส์’ อาจมี ‘CIA’ เป็นแรงหนุนที่แทบไม่มีใครรู้ เมื่อสัญญาลับซื้อคอมพิวเตอร์ NeXT นับหมื่นเครื่องช่วยพยุงบริษัทในช่วงวิกฤติ ก่อน Apple จะเข้าซื้อกิจการ และนำเทคโนโลยีของ NeXT ไปต่อยอดเป็นรากฐานของ Mac และ iPhone ในเวลาต่อมา
ก่อนที่ “สตีฟ จ็อบส์” (Steve Jobs) จะหวนคืนสู่ Apple และสร้างผลิตภัณฑ์เปลี่ยนโลกอย่าง iMac, iPod และ iPhone เขาเคยเดิมพันอนาคตไว้กับบริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อ “NeXT” มาก่อน ซึ่งกำลังเผชิญช่วงวิกฤติ ทั้งต้นทุนมหาศาลและมียอดขายย่ำแย่
แต่ในวันที่อนาคตของ NeXT แขวนอยู่บนเส้นด้าย “ลูกค้ารายใหญ่” กลับปรากฏตัวขึ้นจากโลกที่แทบไม่มีใครคาดคิด นั่นคือ “สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ” หรือ “CIA”
CIA ต้องการคอมพิวเตอร์ NeXT มากถึง 20,000 เครื่อง เพื่อนำไปดัดแปลงสำหรับงานข่าวกรอง ตั้งแต่วิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียมสอดแนม ไปจนถึงส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่และผู้บัญชาการทหารทั่วโลก
สัญญาที่แทบไม่มีใครล่วงรู้นี้ กลายเป็นหนึ่งในแรงหนุนสำคัญที่ช่วยพยุง NeXT ให้เดินหน้าต่อ มีเวลาพัฒนาเทคโนโลยีและประคองธุรกิจ จนกระทั่งปี 2539 Apple ตัดสินใจซื้อกิจการ NeXT พร้อมพาจ็อบส์กลับสู่บริษัทที่เขาเคยถูกขับออกมา
สิ่งที่กลับไปพร้อมกับเขา คือ “ระบบปฏิบัติการ NEXTSTEP” ซึ่งต่อมากลายเป็นรากฐานสำคัญของซอฟต์แวร์ใน Mac และ iPhone
นี่คือหนึ่งในเรื่องราวที่แทบไม่เคยถูกเล่าในประวัติศาสตร์ซิลิคอนแวลลีย์ว่า เบื้องหลังการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของสตีฟ จ็อบส์ และการถือกำเนิดอาณาจักร Apple ยุคใหม่ อาจมี “CIA” คอยเป็นแรงหนุนเงียบ ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง
เพราะหากไม่มีสัญญาจากหน่วยข่าวกรองที่ช่วยต่อลมหายใจให้ NeXT จ็อบส์อาจไม่มีบริษัทให้ Apple ซื้อกิจการในอีก 10 ปีต่อมา และเทคโนโลยีของ NeXT ก็อาจไม่มีโอกาสพัฒนาจนกลายเป็นรากฐานของ macOS และ iOS ที่ขับเคลื่อน Mac และ iPhone หลายพันล้านเครื่องในปัจจุบัน
เมื่อ CIA เคาะประตูสตีฟ จ็อบส์
ย้อนไปในปี 2529 หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน กำลังทุ่มงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์เข้าสู่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางทหาร ตั้งแต่ระบบป้องกันขีปนาวุธไปจนถึงดาวเทียมสอดแนม
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบางส่วนมองเห็นว่า การปฏิวัติคอมพิวเตอร์ที่กำลังเกิดขึ้นในซิลิคอนแวลลีย์ จะมีความสำคัญอย่างมากต่ออนาคตของงานข่าวกรอง
โจ โรเมลโล และเจฟฟ์ แฮร์ริส เจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้กับ “Program B” โครงการลับของ CIA ที่เกี่ยวข้องกับการลาดตระเวนผ่านดาวเทียม เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มองเห็นศักยภาพดังกล่าว
พวกเขามองว่า “เทคโนโลยีของ NeXT” อาจเป็นสิ่งที่หน่วยข่าวกรองกำลังต้องการ
คำถามคือ เหตุใดจ็อบส์ ซึ่งเติบโตมากับวัฒนธรรมต่อต้านกระแสหลัก ศึกษาพุทธนิกายเซน และเคยกล่าวว่าประสบการณ์จากสารหลอนประสาท LSD เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญต่อชีวิต จึงยอมเข้าไปเกี่ยวข้องกับโลกของสายลับและกองทัพ?
คำตอบส่วนหนึ่งอาจเรียบง่ายกว่านั้น เพราะ NeXT “ต้องการเงิน”
NeXT กำลังเผชิญปัญหา
แม้จ็อบส์จะเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดในวงการเทคโนโลยี แต่ NeXT กลับไม่ได้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างที่เขาคาดหวัง
คอมพิวเตอร์ของบริษัทมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ราคาแพงเกินกว่าผู้ใช้ทั่วไปจะซื้อได้ ขณะที่ตลาดมหาวิทยาลัยซึ่งจ็อบส์หวังว่าจะกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ ก็ไม่ได้สร้างยอดขายมากเพียงพอ
ความสมบูรณ์แบบแบบสุดโต่งของจ็อบส์ ยิ่งทำให้ต้นทุนและความซับซ้อนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ลูกค้ารายหนึ่งกลับพร้อมซื้อคอมพิวเตอร์ NeXT ในปริมาณมหาศาล นั้นคือ CIA ต้องการถึง “20,000 เครื่อง”
เมื่อโรเมลโลได้พบกับจ็อบส์ในนครนิวยอร์ก เขาไม่ได้เปิดเผยว่าหน่วยข่าวกรองต้องการนำคอมพิวเตอร์ไปทำอะไร เพียงบอกว่าต้องการซื้อเครื่องให้กับลูกค้ารายหนึ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้
จ็อบส์เองก็ไม่ได้อยากรู้รายละเอียดลับเหล่านั้น โดยถึงกับบอกว่า อย่าบอกอะไรที่เขาไม่ควรรู้ เพราะเขาอาจ “จำไม่ได้ว่าต้องลืมมัน”
สิ่งที่ CIA ต้องการคือ คอมพิวเตอร์ NeXT ที่ได้รับการดัดแปลงเพิ่มเติม ทั้งชิปที่เร็วขึ้นจาก Motorola และการ์ดกราฟิกพิเศษจาก Intel
การดัดแปลงไม่ได้เกิดขึ้นภายใน NeXT แต่ดำเนินการภายหลังผ่านบริษัทและตัวแทนที่ทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรอง ซึ่งในเวลาต่อมา จ็อบส์ยังได้รับสิทธิเข้าถึงข้อมูลระดับ “ลับสุดยอด” เพื่อให้สามารถเดินทางเข้าไปยังสถานที่ลับของรัฐบาลได้
ลูกค้าลับที่แทบไม่มีใครรู้
สัญญากับหน่วยข่าวกรอง “ถูกปกปิดอย่างเข้มงวดต่อสาธารณะ” โดย NeXT เพียงระบุว่า บริษัทมีสัญญากับรัฐบาลกลางสหรัฐผ่านความร่วมมือกับ ESL บริษัทเทคโนโลยีด้านกลาโหมใน Silicon Valley
แม้แต่ภายในรัฐบาลเอง บทบาทของ CIA ก็ถูกซ่อนเอาไว้ โดยมีสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ หรือ NSA ทำหน้าที่เป็นผู้ซื้ออย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน มีพนักงาน NeXT เพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บางครั้งจะมีคนแปลกหน้าจากวอชิงตันเดินทางมาที่บริษัทโดยไม่มีนามบัตร พวกเขาแนะนำตัวด้วยชื่อธรรมดา ดูการสาธิตเครื่องคอมพิวเตอร์ พยักหน้า ยิ้ม แล้วจากไปโดยแทบไม่พูดอะไร
CIA ถึงขั้นนำทีมจาก Sun Microsystems ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานกับหน่วยข่าวกรองอยู่แล้ว เข้ามาช่วย NeXT เพิ่มกำลังการผลิต
ในเดือนแรก บริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ได้ประมาณ 100 เครื่อง จากนั้นเพิ่มเป็น 1,500 เครื่องต่อเดือน และในที่สุดทะยานขึ้นถึง “5,000 เครื่องต่อเดือน”
จากโรงงาน NeXT สู่เครื่องบินทหาร C-5
คอมพิวเตอร์ที่ผลิตเสร็จจะถูกขนขึ้นรถบรรทุกที่ไม่มีเครื่องหมายใดๆ ซึ่งเดินทางมาถึงคลังสินค้าของ NeXT ในช่วงเช้ามืด
จากนั้นเครื่องเหล่านี้จะถูกส่งไปยังบริษัทบังหน้าของ CIA เพื่อติดตั้งชิปและระบบประมวลผลภาพที่ได้รับการดัดแปลง
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย คอมพิวเตอร์จะถูกขนไปยัง Moffett Field ฐานทัพของสหรัฐ ก่อนนำขึ้นเครื่องบินลำเลียงขนาดยักษ์ C-5 และส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่เป็นความลับ
แม้แต่จ็อบส์เอง ก็ไม่ได้รู้แน่ชัดว่าคอมพิวเตอร์ของเขาถูกส่งไปที่ไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานของหน่วยข่าวกรองสหรัฐ
NeXT กลายเป็น ‘อินเทอร์เน็ตของโลกข่าวกรอง’
คอมพิวเตอร์ NeXT ถูกส่งไปให้นักวิเคราะห์ของ National Reconnaissance Office หรือ NRO ซึ่งรับผิดชอบระบบดาวเทียมสอดแนมของสหรัฐ
หน้าจอความละเอียดสูงและชิปเฉพาะทางของ NeXT ช่วยให้นักวิเคราะห์ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมได้อย่างละเอียด เช่น ตรวจจับว่าประเทศใดกำลังเคลื่อนกำลังทหาร หรือกำลังก่อสร้างฐานยิงขีปนาวุธหรือไม่
นักวิเคราะห์ยังสามารถนำภาพนิ่ง เสียง วิดีโอ และคำอธิบายมาประกอบกัน เพื่อจัดทำข้อมูลสรุปส่งให้เจ้าหน้าที่ระดับสูง สมาชิกสภาคองเกรส หรือแม้แต่ประธานาธิบดี
แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ NeXT ทำให้ข้อมูลสามารถถูกส่งผ่านเครือข่ายข่าวกรองไปยังเจ้าหน้าที่และทหารทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว
ในช่วงเวลาที่ World Wide Web ยังอยู่ในวัยเริ่มต้น หน่วยข่าวกรองสหรัฐกำลังสร้างเครือข่ายที่มีลักษณะคล้าย “อินเทอร์เน็ตส่วนตัว” ของตัวเองขึ้นมาแล้ว
ภาพข่าวกรองที่เพิ่งรวบรวมได้จากดาวเทียม สามารถถูกส่งไปถึงผู้บัญชาการทหารในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้พวกเขาวิเคราะห์สถานการณ์ได้เกือบแบบเรียลไทม์
“เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารสามารถดูภาพข่าวกรองเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการวิเคราะห์จากหน่วยข่าวกรองเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป NeXT ทำให้ข้อมูลข่าวกรองดิบ ถูกส่งตรงถึงมือผู้บัญชาการในสนามรบตามฐานทัพต่างๆ ทั่วโลก ทำให้พวกเขาสามารถตีความภาพเหล่านั้นด้วยสายตาของตัวเองแบบเกือบเรียลไทม์” โรเมลโลกล่าว
ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจคือ เทคโนโลยีของ NeXT เริ่มสั่นคลอนวัฒนธรรมการรวมศูนย์ข้อมูลข่าวกรองแบบดั้งเดิมของ CIA
แทนที่ข้อมูลดิบจะถูกผูกขาดอยู่กับหน่วยข่าวกรอง ผู้บัญชาการในสนามรบสามารถมองเห็นข้อมูลและตีความสถานการณ์ด้วยตาของตัวเองได้มากขึ้น
จาก NeXT กลับสู่ Apple
ความสัมพันธ์ระหว่าง NeXT กับโลกข่าวกรองเกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์
สหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 2534 สงครามเย็นสิ้นสุดลง และภารกิจด้านความมั่นคงของสหรัฐเริ่มเปลี่ยนจากการเผชิญหน้ากับมหาอำนาจคู่แข่ง ไปสู่ “ภัยคุกคามรูปแบบใหม่” ตั้งแต่รัฐปรปักษ์ การก่อการร้าย ไปจนถึงการผงาดขึ้นมาของจีน
แต่จ็อบส์กำลังมองไปไกลกว่าโลกของกองทัพและ CIA
ในปี 2539 Apple ประกาศซื้อกิจการ NeXT ทำให้จ็อบส์ได้กลับเข้าสู่บริษัทที่เขาเคยร่วมก่อตั้งอีกครั้ง
ไม่กี่ปีต่อมา เขากลับขึ้นมาควบคุม Apple อย่างเต็มตัว ก่อนพลิกบริษัทที่กำลังมีปัญหาให้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ตามมาด้วย iMac, iPod, iTunes และท้ายที่สุดคือ “iPhone”
สิ่งสำคัญคือ Apple ไม่ได้ซื้อ NeXT เพียงเพื่อดึงตัวสตีฟ จ็อบส์กลับมา Apple ยังได้ “NEXTSTEP” ระบบปฏิบัติการที่ NeXT พัฒนาขึ้นมาด้วย
เทคโนโลยีดังกล่าวกลายเป็นรากฐานของ Mac OS X และพัฒนาต่อมาเป็นระบบปฏิบัติการตระกูล Darwin ที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ของ Apple รวมถึง macOS และ iOS
กล่าวอีกอย่างคือ DNA ทางซอฟต์แวร์ของบริษัทที่ครั้งหนึ่งเคยขายคอมพิวเตอร์ให้หน่วยข่าวกรองสหรัฐ ยังคงมีร่องรอยอยู่ในอุปกรณ์ Apple หลายพันล้านเครื่องทั่วโลก
หากไม่มี CIA อาจไม่มี iPhone?
แน่นอนว่า คงไม่สามารถกล่าวได้อย่างเด็ดขาดว่า “CIA สร้าง iPhone” เพราะเส้นทางจาก NeXT ไปสู่ Apple และ iPhone มีปัจจัยอีกมากมาย และ Apple อาจหาหนทางอื่นในการพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองได้
แต่สิ่งที่ปฏิเสธได้ยากคือ สัญญาจากหน่วยงานข่าวกรองช่วยสร้างรายได้และเวลาให้ NeXT ในช่วงที่ธุรกิจกำลังเผชิญความยากลำบาก
เดน เอห์ริง ซึ่งเคยทำงานร่วมกับโรเมลโลในโครงการ NeXT ก่อนย้ายมาทำงานกับจ็อบส์ มองว่า ความร่วมมือกับหน่วยข่าวกรอง ช่วยซื้อเวลาให้จ็อบส์อีกราว 5 ปีในการสร้างธุรกิจ พิสูจน์ตัวเอง และเติบโตจากผู้ประกอบการหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ ไปสู่ผู้นำธุรกิจที่สามารถกลับไปกอบกู้ Apple ได้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ CIA และ NRO ช่วยรักษาเอาไว้ อาจไม่ใช่เพียงบริษัทคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่ง แต่เป็น “ทางกลับสู่ Apple” ของสตีฟ จ็อบส์
เมื่อ Apple ซื้อ NeXT ในอีกหนึ่งทศวรรษต่อมา บริษัทก็ไม่ได้เพียงพาจ็อบส์กลับบ้านเท่านั้น แต่ยังนำเทคโนโลยีที่ถูกบ่มเพาะในช่วงเวลาที่ NeXT ทำงานร่วมกับโลกข่าวกรองกลับมาด้วย เทคโนโลยีที่ต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของรากฐาน Mac และ iPhone
ด้วยเหตุนี้ “ประวัติศาสตร์ของ iPhone” อาจไม่ได้เริ่มต้นเพียงบนเวทีที่สตีฟ จ็อบส์ เปิดตัวโทรศัพท์เครื่องแรกในปี 2550
หากส่วนหนึ่งของเรื่องราวนั้น อาจต้องย้อนกลับไปถึงปี 2529 ในวันที่เจ้าหน้าที่ CIA กลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของ NeXT โดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า
อ้างอิง: wsj, medium, spectrum



