วันพฤหัสบดี ที่ 20 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ซัมซุง’ ขึ้นราคา ‘รับผลิตชิป’ 15% ทำ ‘จีน-สหรัฐ’ แบกต้นทุนเพิ่ม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) ได้ตัดสินใจปรับขึ้นราคาค่าบริการรับจ้างผลิตเซมิคอนดักเตอร์หรือชิปประมวลผลขั้นสูงสำหรับคำสั่งซื้อใหม่สูงสุดถึง 15%  

แหล่งข่าววงใน 2 รายที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้เผยว่า  ความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วได้ส่งผลให้กำลังการผลิตทั่วโลกเริ่มตึงตัว ในอุตสาหกรรมที่บริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง หรือ TSMC ยึดครองความเป็นผู้นำมาอย่างยาวนาน

แหล่งข่าวระบุว่า ความต้องการสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าใน “ประเทศจีน” เติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นพิเศษ 

อย่างไรก็ตาม ซัมซุงไม่สามารถรองรับและตอบสนองคำสั่งซื้อได้ทั้งหมด เนื่องจากบริษัทจำเป็นต้องจัดสรรกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในสหรัฐอเมริกา รวมถึงต้องสำรองกำลังการผลิตบางส่วนไว้รองรับสายการผลิตชิปของตนเองภายในเครือด้วยเช่นกัน

แรงกดดัน ‘สหรัฐ’  บีบจีนยอมรับต้นทุนสูง 

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุเพิ่มเติมว่า บรรดาลูกค้าจากประเทศจีนเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ต้องยอมรับการปรับขึ้นราคาในอัตราที่สูงที่สุด  สะท้อนว่า มาตรการควบคุมการส่งออกอุปกรณ์และเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงไปยังประเทศจีนที่รัฐบาลสหรัฐบังคับใช้ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงและทำให้บริษัทเทคโนโลยีในจีนจำเป็นต้องพึ่งพาโรงงานรับจ้างผลิตชิปในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การปรับขึ้นราคาค่าบริการในครั้งนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับธุรกิจรับจ้างผลิตชิปของซัมซุง  เนื่องจากแผนกนี้เจอภาวะขาดทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2022 

แม้ว่าก่อนหน้านี้ ซัมซุงจะสามารถรายงานผลกำไรสุทธิรวมระดับสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากราคาชิปหน่วยความจำสำหรับระบบ AI ที่พุ่งทะยาน แต่หน่วยธุรกิจรับจ้างผลิตชิปกลับต้องเผชิญกับความยากลำบากในการลดช่องว่างการแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง TSMC มาโดยตลอด

 ทำไมต้องขึ้นราคา 15%

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ซัมซุงได้เริ่มปรับขึ้นราคาอย่างเป็นทางการในเดือนก.ค. สำหรับชิปที่ผลิตด้วยกระบวนการระดับ 4 นาโนเมตร ซึ่งรู้จักกันในชื่อทางเทคนิคว่า "SF4"

ตามข้อมูลจากแหล่งเผยว่าสำหรับลูกค้าในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาที่ใช้กระบวนการ SF4 มีการปรับขึ้นราคาประมาณ 10% ถึง 15% จากระดับราคาในเดือนก่อนหน้า

 ขณะที่ลูกค้าในไต้หวันซึ่งเป็นฐานที่ตั้งหลักของ TSMC มีการปรับขึ้นราคาอยู่ในช่วง 5% ถึง 10%  

นอกจากนี้ แผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนที่ผลิตด้วยกระบวนการระดับ 5 นาโนเมตร หรือ "SF5" มีการปรับราคาขึ้นราว 10% ถึง 15% เช่นเดียวกัน 

ขณะที่เทคโนโลยีการผลิตระดับ 8 นาโนเมตรซึ่งเป็นกระบวนการรุ่นเก่า ก็มีการปรับราคาขึ้นเกือบ 10% 

 ทั้งนี้ ซัมซุงได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อรายงานข่าวนี้ เนื่องจากบริษัทมีนโยบายไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินงานภายใน

‘อำนาจต่อรอง’ TSMC  สู่โอกาสทำกำไร 

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Counterpoint ชี้ว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ซัมซุงสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วน 7% ของรายได้ในตลาดโรงหล่อชิปทั่วโลก เมื่อเปรียบเทียบกับ TSMC ที่กวาดส่วนแบ่งตลาดไปมากกว่า 70%

 

อย่างไรก็ดี ดีมานด์สำหรับชิป AI ที่เพิ่มขึ้นทำให้กำลังการผลิตของ TSMC ถูกจองจนเต็มเกือบทั้งหมด  

ดังนั้น เมื่อกำลังการผลิตของ TSMC ถูกใช้งานจนเต็มเพดาน ซัมซุงจึงมีอำนาจในการต่อรองราคาในตลาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

เรื่องนี้ทำให้ซัมซุงคาดการณ์ว่า กระบวนการผลิตขั้นสูงจะสร้างรายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้รวมในหน่วยธุรกิจโรงหล่อชิปในปีนี้ 

 อี มิน-ฮี   นักวิเคราะห์จากบล. BNK Investment & Securities ในกรุงโซล วิเคราะห์ว่า "เมื่อ TSMC เผชิญกับปัญหากำลังการผลิตตึงตัวและเริ่มปรับขึ้นราคา ลูกค้าจำนวนมากจึงเริ่มหันเหคำสั่งซื้อไปยังคู่แข่งอย่างซัมซุงและอินเทล  ซึ่งปัจจัยนี้ผลักดันให้ซัมซุงสามารถปรับขึ้นราคาของตนเองตามไปด้วยเช่นกัน"

อ้างอิง Reuters