‘Xiaomi’ เจอศึกหนักทั้ง ‘ชิปหน่วยความจำแพง-ดีมานด์มือถือซบ’ ฉุดกำไรไตรมาส 2 ร่วง 42.6% ขณะที่ธุรกิจ EV ยังขาดทุนและยอดขายต่ำกว่าเป้า แต่บริษัทเชื่อ ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดกำลังใกล้สิ้นสุดลง
“Xiaomi” ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของจีน เผชิญแรงกดดันหนักจากทั้ง “ต้นทุนชิปหน่วยความจำพุ่ง” และ “ดีมานด์สมาร์ทโฟนอ่อนแรง” ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับปรุงไตรมาส 2 ร่วง 42.6% เหลือเพียง 6.2 พันล้านหยวน หรือราว 923 ล้านดอลลาร์
รายได้รวมของ Xiaomi อยู่ที่ 1.089 แสนล้านหยวน ลดลง 6.1% จากปีก่อน โดยบริษัทระบุว่า ผลประกอบการที่อ่อนแอลงมาจากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ชะลอตัว ราคาชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้น และการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้น
แรงกดดันดังกล่าวกระทบธุรกิจสมาร์ทโฟนโดยตรง อัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือ 8.5% จากปีก่อนที่ 11.5% ท่ามกลาง “กระแสลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI” ที่ดึงชิปหน่วยความจำออกจากตลาดจำนวนมากจนราคาพุ่ง ส่งผลให้ Xiaomi ต้องขึ้นราคาสมาร์ทโฟนบางรุ่นสูงสุด 500 หยวน ซึ่งนับเป็นการ “ขึ้นราคาครั้งที่ 3” ตั้งแต่ต้นปี
สถานการณ์ยิ่งท้าทายจากตลาดสมาร์ทโฟนโลกที่หดตัว โดย Counterpoint Research ระบุว่า ยอดจัดส่งทั่วโลกร่วง 11% ในไตรมาส 2 สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2556 ขณะที่ Xiaomi, Oppo และ Vivo ต่างมียอดจัดส่งลดลงในระดับเลขสองหลัก สวนทาง Apple และ Samsung ที่ยังเติบโต
Xiaomi พยายามแก้เกมด้วยการรุกตลาดพรีเมียม ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 25.9% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,351 หยวนในไตรมาส 2
ขณะเดียวกัน ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นอีกเสาหลักใหม่ของ Xiaomi ยังเผชิญการแข่งขันรุนแรง รายได้จาก EV เพิ่มขึ้น 16% เป็น 2.39 หมื่นล้านหยวน แต่ธุรกิจ EV, AI และโครงการใหม่อื่นๆ มีผลขาดทุนรวม 2.6 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากขาดทุนเพียง 300 ล้านหยวนในปีก่อน
Xiaomi ตั้งเป้าขายรถ 550,000 คันในปีนี้ แต่ช่วง 7 เดือนแรกทำได้ราว 216,300 คัน หรือเพียง 40% ของเป้าหมาย ทำให้นักวิเคราะห์ Deutsche Bank ปรับลดคาดการณ์ยอดขายทั้งปีเหลือ 490,000 คัน
แม้เผชิญแรงกดดันทั้งธุรกิจมือถือและ EV แต่ Xiaomi ยังคงเดินหน้าลงทุนใน AI และหุ่นยนต์ พร้อมเตรียมขยายธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าสู่ยุโรปในปีหน้า โดยหลู เหว่ยปิง ประธานบริษัทมองว่า ราคาชิปหน่วยความจำอาจยังเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง แต่แรงกดดันจะเริ่มผ่อนคลาย พร้อมระบุว่า “ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดกำลังใกล้สิ้นสุดลง”
“ผมคาดว่า ราคาชิปหน่วยความจำจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี แต่ความรุนแรงของการปรับขึ้นจะลดลง ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับเราแล้ว” หลู เหว่ยปิง ประธาน Xiaomi กล่าวในการแถลงผลประกอบการ
“ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดกำลังใกล้สิ้นสุดลง และธุรกิจของเราได้เข้าสู่ช่วงที่สถานการณ์มีความชัดเจนและสามารถควบคุมได้แล้ว”
อ้างอิง: nikkei



