ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน โดยไม่มีสัญญาณของความคืบหน้าไปสู่การยุติสงครามอิหร่าน สหรัฐ หลังจากความขัดแย้งดำเนินมานานเกือบหกเดือน
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สี่ ท่ามกลางการไม่มีความคืบหน้าในการคลี่คลาย สงครามสหรัฐ-อิหร่าน แม้ความขัดแย้งจะดำเนินมานานเกือบหกเดือนแล้ว
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับขึ้นเหนือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันพุธ (19 ส.ค. 69) หลังจากเพิ่มขึ้นรวม 4.5% ตลอดสามเซสชันก่อนหน้า ขณะที่ น้ำมันดิบเบรนท์ ปิดเหนือระดับ 91 ดอลลาร์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเมื่อวันอังคารว่าในตอนนี้ ไม่มีการเจรจาใด ๆ กับเตหะรานเกิดขึ้น
ช่องแคบฮอร์มุซยังปิด
การเผชิญหน้ากันอย่างต่อเนื่องทำให้สถานะของช่องแคบฮอร์มุซไม่ชัดเจน โดยเตหะรานและวอชิงตันยังเห็นต่างกันในเรื่องแนวทางการบริหารจัดการ และมีเรือสินค้าเดินผ่านน้อยมากในเส้นทางเดินเรือสายสำคัญที่เชื่อมผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียเข้ากับตลาดโลกแห่งนี้
ในฝั่งสหรัฐ มีสัญญาณใหม่ของปริมาณน้ำมันสำรองที่ลดลง สถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (American Petroleum Institute-API) รายงานว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วประเทศลดลงเล็กน้อย รวมถึงที่ศูนย์ซื้อขายหลักที่เมืองคุชชิง รัฐโอคลาโฮมา คลังน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงน้ำมันดีเซล ก็ถูกคาดว่าจะลดลงเช่นกัน โดยตัวเลขทางการจะประกาศในวันพุธ
ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นอย่างมากตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มปะทุเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งได้เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนก็มีส่วนทำให้ตลาดพลังงานตึงตัวมากขึ้นจากการโจมตีโรงกลั่น ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน โดยเฉพาะดีเซล ปรับขึ้นแรงกว่าราคาน้ำมันดิบเสียอีก
อัปเดตราคาช่วงเช้าวันพุธ ( 19 ส.ค. 69)
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 0.6% อยู่ที่ 85.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 6:01 น. ตามเวลาสิงคโปร์
ราคาน้ำมันเบรนท์ ส่งมอบเดือนตุลาคม ปิดเพิ่มขึ้น 0.2% อยู่ที่ 91.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันอังคาร



