บลูมเบิร์กเปิดโผ 10 บริษัทเอเชียแปซิฟิกน่าจับตาครึ่งหลังปี 2026 “กสิกรไทย” ติดกลุ่มแนวโน้มเชิงลบร่วมกับสามบริษัทจากจีน เจอแรงกดดันหนี้ครัวเรือน-SME
Bloomberg Intelligence เปิดรายชื่อ "10 บริษัทในเอเชียแปซิฟิกที่ต้องจับตามอง" ทั้งในเชิงบวก และเชิงลบ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยมี "ธนาคารกสิกรไทย" เป็นบริษัทจากไทยรายเดียวในโผ ซึ่งติดในกลุ่มมุมมองเชิงลบ ท่ามกลางแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือน และลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีที่เผชิญความยากลำบาก
รายงานดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากซีรีส์บทความ “Companies to Watch” โดย Bloomberg Intelligence คัดเลือกบริษัทจากกลุ่ม Focus Ideas ที่นักวิเคราะห์มีความเชื่อมั่นสูง พร้อมระบุปัจจัยสำคัญต่างๆ ที่อาจเป็นตัวกระตุ้นต่อผลประกอบการในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งในทิศทางเชิงบวก และลบ
กลุ่มมุมมองเชิงลบ
กสิกรไทย
บลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ ประเมิน "ธนาคารกสิกรไทย" ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของไทยว่า ปี 2026 อาจเป็นปีที่ยากลำบากกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ โดยให้มุมมองเชิงลบต่อบริษัท เนื่องจาก "หนี้ครัวเรือน" ที่อยู่ในระดับสูง และแรงกดดันต่อธุรกิจเอสเอ็มอีกำลังคุกคามการเติบโต และอาจทำให้ธนาคารต้องตั้งกันสำรองความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับหนี้เสีย
ขณะเดียวกัน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งที่ผ่านมาของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังสร้างแรงกดดันต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคาร ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษี ก็ยังเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจ และคุณภาพสินเชื่อ
ปัจจัยที่ต้องจับตา: ผลกระทบจาก "มาตรการภาษีของสหรัฐ" ต่อประเทศไทย เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม โดยหากสหรัฐปรับขึ้นภาษีเพิ่มเติม อาจเพิ่มความตึงตัวทางการเงินให้กับผู้กู้ และทำให้ต้นทุนของธนาคารยังอยู่ในระดับสูง
ข้อมูลของ Bloomberg Intelligence ประเมินรายได้ของกสิกรไทยในปี 2026 ไว้ที่ 5.8 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่ารายได้จะหดตัว 2% ขณะที่ธนาคารมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์
Datang Power
Datang Power เป็นบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าจากจีนที่พึ่งพาถ่านหินในสัดส่วนสูง กำลังเผชิญแรงกดดันจากนโยบายกำหนดราคาไฟฟ้ารูปแบบใหม่ของจีน โดยค่าตอบแทนจากการขายไฟฟ้ามีแนวโน้มลดลง 5% ในปีนี้ ประกอบกับการแข่งขันจากพลังงานหมุนเวียน และต้นทุนการกู้ยืมที่ยังสูง ทำให้กำไรมีแนวโน้มต่ำกว่าคาด
Mengniu
Mengniu บริษัทผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่อันดับ 2 ของจีน ถูกคาดหมายว่าจะทำกำไรได้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ เนื่องจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ น้ำตาล และน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ ขณะที่ราคาน้ำนมยังอ่อนแอจากภาวะอุปทานล้นตลาด ซึ่งอาจทำให้กำไรก่อนหักภาษีปี 2026 ต่ำกว่าคาดอย่างมาก
Z.AI
Z.AI เป็นบริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน แม้ได้รับความสนใจจากความสำเร็จในการพัฒนาโมเดล AI แบบเปิด (open source) ที่มีขีดความสามารถใกล้เคียงโมเดลภาษาขนาดใหญ่ชั้นนำของสหรัฐ แต่บลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ มองว่าความคาดหวังของตลาดในปัจจุบันอาจสูงเกินไป เนื่องจากความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นกำลังดันต้นทุนให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันการแข่งขันด้านราคากลับกดดันรายได้ ซึ่งเสี่ยงทำให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
กลุ่มบริษัทมุมมองเชิงบวก
Honda
บลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ มีมุมมองเชิงบวกต่อ Honda แม้ผลกำไรของบริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนในการปรับกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) แต่ประเมินว่าธุรกิจหลักของ Honda แข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาด โดยเฉพาะการทยอยยุติมาตรการจูงใจรถอีวีในสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดที่มีสัดส่วน 42% ของยอดขายรถยนต์ Honda และทำให้รถไฮบริดของบริษัทสามารถแข่งขันได้มากขึ้น
ธุรกิจรถจักรยานยนต์ของ Honda ยังคงทำกำไรได้สูง และจะมีบทบาทต่อผลประกอบการชัดเจนขึ้นเมื่อผลขาดทุนจากธุรกิจอีวีลดลง
Toyota
Toyota ได้รับมุมมองเชิงบวกเช่นกันจากกลยุทธ์ “Multipathway” หลายรูปแบบให้เหมาะสมกับแต่ละตลาด โดยมุ่งเน้นรถไฮบริดในญี่ปุ่น รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน (BEV) ในจีน และใช้ทั้งไฮบริด และ BEV ในยุโรป และสหรัฐ ควบคู่กับรถเครื่องยนต์สันดาป
กลยุทธ์ดังกล่าวมีโอกาสทำให้ผลกำไรของ Toyota ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ประกอบกับมาตรการลดต้นทุนที่บริษัทกำลังดำเนินการเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
Sea
บริษัทเทคโนโลยีของสิงคโปร์รายนี้ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Shopee ได้รับมุมมองเชิงบวกจากการเติบโตของรายได้โฆษณา หลังผู้ค้าบนแพลตฟอร์มยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้สินค้าของตนมีโอกาสถูกมองเห็นมากขึ้น โดยธุรกิจโฆษณามีอัตรากำไรสูงกว่าค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมทั่วไปอย่างมาก และอาจช่วยผลักดันให้กำไรของ Sea สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
StarHub
StarHub ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของสิงคโปร์ได้รับมุมมองเชิงบวกเช่นเดียวกัน แม้กำลังเผชิญช่วงที่ผลกำไรลดลง แต่บลูมเบิร์กมองว่ารายได้เฉลี่ยต่อลูกค้ามีโอกาสฟื้นตัวหลังการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง ประกอบกับการลดต้นทุน และการขยายธุรกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และบริการสำหรับลูกค้าองค์กร ซึ่งอาจนำไปสู่การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปีหน้า
Sun Hung Kai
Sun Hung Kai บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของฮ่องกง ได้รับมุมมองเชิงบวกจากการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งกำลังดึงผู้ซื้อกลับเข้าสู่โครงการใหม่ โดยบริษัทมีแนวโน้มทำยอดขายบ้านทั้งปีได้สูงกว่าเป้าหมาย ราคาบ้านมือสองที่เพิ่มขึ้นยังเปิดทางให้บริษัทตั้งราคาขายโครงการใหม่ได้สูงขึ้น ขณะที่ห้องชุดขนาดเล็กได้รับความสนใจทั้งจากผู้ซื้อในฮ่องกง และนักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่ต้องการสร้างรายได้จากค่าเช่า
Magellan
Magellan บริษัทบริหารเงินลงทุนของออสเตรเลีย ได้รับมุมมองเชิงบวกจากการเข้าซื้อ Barrenjoey ซึ่งมีแนวโน้มช่วยเพิ่มกำไร ขณะที่บริษัทมีนโยบายคืนกำไร 80% ให้แก่ผู้ถือหุ้น ทำให้เงินปันผลมีโอกาสสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ที่มา: Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



