เศรษฐกิจจีนอ่อนแรงกว่าคาดในเดือน ก.ค. เสี่ยงโตหลุดกรอบเป้าหมาย 4.5-5% กดดัน ‘หลี่ เฉียง’ เร่งมาตรการพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าปักกิ่งยังยึดแนวทาง ‘Just Enough’ กระตุ้นเพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อประคองการเติบโตให้ถึงเป้า
“เศรษฐกิจจีน” ส่งสัญญาณอ่อนแรงทั้งระบบในเดือน ก.ค. หลังภาคอุตสาหกรรม การบริโภค และการลงทุน “ชะลอตัวเกินคาด” จนมีความเป็นไปได้ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะหลุดต่ำกว่ากรอบเป้าหมายทั้งปีที่รัฐบาลวางไว้ที่ 4.5-5% ส่งผลให้ “หลี่ เฉียง” นายกรัฐมนตรีจีน เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งออกมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ
หลี่ ซึ่งถือเป็นผู้นำหมายเลข 2 ของจีนรองจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุในการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า รัฐบาลต้องใช้มาตรการที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด พร้อมเร่งจัดทำนโยบายเพิ่มเติมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อผลักดันให้จีนบรรลุเป้าหมายเศรษฐกิจและสังคมประจำปี
แรงกดดันต่อรัฐบาลจีนเพิ่มสูงขึ้น หลังเศรษฐกิจขยายตัว “เพียง 4.3%” ในไตรมาส 2 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จาก BNP Paribas, Macquarie และ Pantheon Macroeconomics ประเมินว่า ข้อมูลเดือน ก.ค. บ่งชี้ว่า โมเมนตัมการเติบโตอาจอ่อนลงจนต่ำกว่ากรอบล่างของเป้าหมายรัฐบาลแล้ว
ด้าน Goldman Sachs และ Citigroup ยังเตือนว่า ความหวังที่เศรษฐกิจจีนจะกลับมาเร่งตัวในไตรมาส 3 อาจเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น
รัฐบาลจีนเตรียมเร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยมุ่งลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการ “Six Networks” รวมถึงอุตสาหกรรมเกิดใหม่ โครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ และการยกระดับการบริโภค พร้อมเร่งเบิกจ่ายเงินภาครัฐเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่คาดว่า ปักกิ่งจะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ในทันที หลังการประชุมโปลิตบูโรเมื่อปลายเดือนก.ค. ยังไม่ได้ส่งสัญญาณถึงมาตรการใหม่ครั้งใหญ่ ทำให้แนวทางในระยะสั้นน่าจะเน้น “เร่งใช้ของเดิม” ก่อนพิจารณาเพิ่มแรงกระตุ้นหากเศรษฐกิจชะลอตัวหนักขึ้น
หวัง ลี่เซิง นักเศรษฐศาสตร์ของ Goldman Sachs ระบุในรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า “เรายังคงคาดว่ารัฐบาลจะเร่งการออกพันธบัตรและการใช้จ่ายเงินที่ระดมได้ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เร่งดำเนินเครื่องมือทางการเงินเชิงนโยบายรูปแบบใหม่ และเปิดทางไว้สำหรับการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมในช่วงปลายปี หากเศรษฐกิจชะลอตัวลงอีกและเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่ 4.5-5.0% เผชิญแรงกดดัน”
เครื่องมือทางการเงินเชิงนโยบายใหม่นี้หมายถึง “วงเงิน 8 แสนล้านหยวน” ที่วางแผนไว้สำหรับปีนี้ ผ่านการจัดหาเงินทุนของธนาคารนโยบายในลักษณะกึ่งการคลัง เพื่อนำไปสนับสนุนการลงทุน
นอกจากนี้ สภาพอากาศที่เลวร้าย อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลชะลอการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ตามรายงานของทีมนักเศรษฐศาสตร์ Citigroup ซึ่งนำโดย อวี๋ เซียงหรง โดยฝนตกหนักและลมแรง เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรหดตัวรุนแรงขึ้นในเดือนที่ผ่านมา
ขณะที่ Macquarie มองว่า ปักกิ่ง น่าจะยังยึดแนวทาง “Just Enough” หรือ “กระตุ้นเศรษฐกิจเพียงเท่าที่จำเป็น” เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยความแข็งแกร่งของภาคส่งออกจากกระแสลงทุน AI ทั่วโลกยังช่วยประคองเศรษฐกิจจีน และลดความจำเป็นในการอัดมาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่
อย่างไรก็ตาม หากการส่งออกที่ได้แรงหนุนจาก AI ยังแข็งแกร่งต่อไป Macquarie เตือนว่า ปักกิ่งอาจยังไม่เร่งกระตุ้นเต็มกำลัง และนั่นหมายความว่า “อุปสงค์ภายในประเทศ” ของจีน อาจยังคงซบเซาต่อไป
อ้างอิง: bloomberg



