วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม 2569

Login
Login

ซูเปอร์ยอชต์หนีความเสี่ยงตะวันออกกลางแห่เทียบท่า‘สิงคโปร์-ไทย’

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับหลายๆ ธุรกิจ แต่สำหรับอภิมหาเศรษฐีพวกเขาสามารถเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังที่ปลอดภัยกว่า รวมทั้งเรือซูเปอร์ยอชต์

นับตั้งแต่สงครามสหรัฐ-อิหร่านปะทุขึ้นในเดือน ก.พ. จิรทัศ ทินกร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเรือยอชต์ Flow Yacht Club สังเกตว่าเรือซูเปอร์ยอชต์สามลำเปลี่ยนที่จอดจากดูไบมายังภูเก็ต

 ซูเปอร์ยอชต์คือเรือยนต์หรือเรือใบที่มีความยาวอย่างน้อย 30 เมตร และอาจมีมูลค่าสูงถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์ 

นักธุรกิจวัย 30 ปีรายนี้กล่าวกับนิกเกอิเอเชียว่า เจ้าของ “ย้ายเรือมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพราะพวกเขารู้สึกว่าปลอดภัยกว่า พวกเขามีเงิน ก็เลยเคลื่อนย้ายทุกสิ่งทุกอย่าง” จิรทัศกล่าว

การเติบโตของประชากรมั่งคั่งเห็นได้จากรายงานซูเปอร์ยอชต์เอเชียแปซิฟิก รวบรวมโดยซูเปอร์ยอชต์ไทม์ส จำนวนซูเปอร์ยอชต์เคลื่อนไหวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 586 ในปี 2025 จาก 445 ลำในปี 2023

แม้ว่าสัดส่วนดังกล่าวยังไม่ถึง 10% ของจำนวนเรือทั้งหมด 6,251 ลำทั่วโลก แต่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมองว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นและต้นทุนประกันภัยที่สูงขึ้นในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความสนใจน่านน้ำที่ “ปลอดภัยกว่า” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสิงคโปร์และไทยกำลังกลายเป็นจุดพักสำคัญในภูมิภาคนี้

รายงานระบุว่า ในภาพรวมระดับโลก อ่าวเปอร์เซียถือเป็น “ปลายทางยอดนิยมในฤดูหนาวสำหรับกองเรือซูเปอร์ยอชต์โลก” ปี 2025 ซูเปอร์ยอชต์เข้ามาจอด 205 ลำ แต่ก็ลดลงจาก 216 ลำเมื่อสองปีก่อนหน้านั้นเพราะความตึงเครียดในทะเลแดง

ผู้บริหารรายหนึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางซื้อขายเรือยอชต์ให้กับลูกค้าผู้มั่งคั่งในเอเชียกล่าวกับนิกเกอิเอเชียว่า หลังจากสงครามสหรัฐ-อิหร่านปะทุขึ้น เบี้ยประกันภัยสำหรับเรือเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจก็พุ่งสูงขึ้นควบคู่ไปกับความเสี่ยงในการเดินเรือในน่านน้ำนอกชายฝั่งศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ

“ตะวันออกกลางเคยเป็นตลาดที่ดีมากสำหรับเรา ผมเคยมีลูกค้าจีนจำนวนหนึ่ง พวกเขาอยู่ในดูไบ แต่เมื่อสงครามเริ่ม การสอบถามและความสนใจก็หายไปทันที” ผู้บริหารรายนี้กล่าว

ข้อมูลจากผู้ให้บริการประกันภัยพิเศษ “อัลลิอันซ์คอมเมอร์เชียล” ค่าเบี้ยประกันความเสี่ยงสงครามสำหรับซูเปอร์ยอชต์ในอ่าวเปอร์เซีย อยู่ที่ 2%-6% ของมูลค่าตัวเรือต่อการขนส่งแต่ละครั้ง เพิ่มขึ้นจากอัตรามาตรฐานในยามสงบที่ราว 0.125% ตัวอย่างเช่น ซูเปอร์ยอชต์ 100 ล้านดอลลาร์ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 2-6 ล้านดอลลาร์สำหรับหนึ่งเที่ยว

บริษัทประกัน Aon กล่าวว่า สำหรับเรือยอชต์หรู ความคุ้มครองความเสียหายทางกายภาพแยกต่างหากจากความคุ้มครองความเสี่ยงจากสงคราม ขณะที่ความคุ้มครองความเสียหายทางกายภาพเป็นส่วนสำคัญของการประกันภัย แต่เบี้ยประกันความเสี่ยงจากสงครามนั้นแตกต่างออกไปและเชื่อมโยงกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้ง ซึ่ง “อยู่นอกเหนือขอบเขตของกรมธรรม์หลักและมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความตึงเครียดระดับโลกที่เพิ่มสูงขึ้น”

“อัตราค่าประกันภัยเรือยอชต์ที่เพิ่มสูงขึ้นมาก กำลังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการท่องเที่ยวด้วยเรือยอชต์” เอลิซาเบธ เบเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขนส่งและโลจิสติกส์ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือของ Aon กล่าวกับนิกเกอิเอเชีย

“บริษัทประกันภัยหลายแห่งที่รับประกันภัยเรือยอชต์ในช่วงสงคราม ไม่อยากรับความเสี่ยงเพิ่มเติม พร้อมๆ กับกังวลว่าที่สะสมอยู่ในพอร์ตก็เสี่ยงมากไปแล้ว"

ดังนั้น ทางเลือกสำหรับเจ้าของเรือยอชต์ก็คือหลีกเลี่ยงภาระประกันภัยที่สูงเกินไป เป็นการนำสินทรัพย์ไปไว้ในน่านน้ำที่ปลอดภัยห่างไกลจากพื้นที่ความขัดแย้ง ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าสนใจมากขึ้นทุกขณะ

โรบิน แฮร์ริส หัวหน้าฝ่ายภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของบริษัทโอโคเรียน (Ocorian) บริษัทให้บริการด้านสินทรัพย์เน้นกลุ่มลูกค้าร่ำรวยและเป็นเจ้าของเรือยอชต์ กล่าวว่า ดูไบดึงดูดผู้มั่งคั่งจากทั่วโลกมานานหลายปีเพราะถูกมองว่าค่อนข้างปลอดภัยจากความไม่มั่นคงในภูมิภาค แต่ทัศนคตินั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้มั่งคั่งบางส่วนเริ่มพิจารณาใหม่เรื่องการเก็บเงินและทรัพย์สินไว้ในตะวันออกกลาง

“เมื่อตะวันออกกลางไม่ให้ความรู้สึกว่าเป็นท่าเรือที่เป็นกลาง เจ้าของเรือยอชต์ก็เริ่มมองไปทางตะวันออกอย่างเงียบๆ สิงคโปร์ ไทย และท่าเรือบางแห่งในเอเชีย ถูกมองว่าเป็นฐานที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาวมากกว่าดูไบ” แฮร์ริสกล่าว

ในงานเทศกาลเรือยอชต์สิงคโปร์ประจำปีเมื่อเดือน เม.ย. จัดขึ้นที่เซ็นโตซา เกาะตากอากาศทางตอนใต้ ที่ซึ่งเรือยอชต์ราคาหลายล้านดอลลาร์และคฤหาสน์หรูมีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมล่องเรือเพื่อหย่อนใจต่างทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ ตั้งแต่การว่าจ้างนักดนตรีมาสร้างความบันเทิง ไปจนถึงการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม

แม้ Benetti บริษัทผลิตเรือยอชต์อิตาลีไม่ได้นำเรือมาแสดงในงาน แต่ผู้บริหารก็มาด้วยตนเองพร้อมแบบจำลองสินค้ามาสาธิต เพื่อสร้าง “การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดให้ชมแบบส่วนตัว นำเสนอแบบปรับแต่งให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละคน และการพบปะสังสรรค์กลุ่มเล็ก”

โฆษกบริษัทกล่าวว่า สิงคโปร์ทำหน้าที่เป็น “ฮับความสัมพันธ์ในภูมิภาค” เปิดช่องทางสู่ตลาดที่กว้างออกไป เช่น ไทย อินโดนีเซีย และฮ่องกง

“สิงคโปร์เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการแล่นเรือใบที่พัฒนามากที่สุดในภูมิภาค มีบริการท่าจอดเรือครบวงจร การสนับสนุนทางเทคนิค และเป็นเจ้าของเรือได้สะดวก นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังใกล้กับจุดหมายปลายทางการล่องเรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่หมู่เกาะเรียวของอินโดนีเซียไปจนถึงประเทศไทย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น” โฆษกย้ำ

Azimut แบรนด์เรือยอชต์สัญชาติอิตาลีอีกหนึ่งแบรนด์ได้นำเรือสามรุ่นมาจัดแสดงในสิงคโปร์ระหว่างงานเซ็นโตซาโชว์และแจ้งกับนิกเกอิเอเชียว่า ได้เข้าสู่ “การเจรจาหลายรายการ” หลังงานซึ่งกำลังดำเนินการเพื่อสรุปข้อตกลงให้เสร็จสิ้น

“เราเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดนี้และผลิตภัณฑ์หลากหลายที่เราสามารถนำเสนอเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกราย สิงคโปร์ยังคงเป็นศูนย์กลางการติดต่อสำหรับลูกค้าชาวเอเชียและยุโรปที่มีฐานะร่ำรวยมากเป็นพิเศษ” โฆษกกล่าว

Grand Banks Yachts บริษัทผลิตเรือเพื่อสันทนาการระดับลักชัวรี จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ต้องเผชิญกับราคาหุ้นลดลงในไตรมาสแรกของปีนี้ แต่แล้วหุ้นก็พลิกกลับขึ้นมาเมื่อเกิดสงครามอิหร่าน ถึงต้นเดือน ส.ค. ราคาหุ้นบริษัทขึ้นมาเกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 “Grand Banks Yachts ได้คำสั่งซื้อเรือใหม่ 12 ลำในครึ่งแรกของปีการเงิน 2026 เทียบกับ 11 ลำเมื่อปีก่อน" รายงานเดือน ก.ค. จากเมย์แบงก์ระบุ “บริษัทอยู่ในสถานะที่ดีในการระดมทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาวของตลาดเรือยอชต์หรู”

ตามรายงานซูเปอร์ยอชต์เอเชียแปซิฟิก ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานจอดเรือลำดับต้นๆ ของเอเชียแปซิฟิก อินโดนีเซียมีซูเปอร์ยอชต์มาจอด 127 ลำ มาเลเซีย 90 ลำ ไทย 87 ลำ สิงคโปร์ 65 ลำ และฟิลิปปินส์ 37 ลำ

“สิงคโปร์เป็นที่ที่มีเงิน ผู้คนไว้ใจในระบบกฎหมาย ไว้ใจธนาคาร อุตสาหกรรมเรือยอชต์ในดูไบจริงๆ แล้วโตเร็ว และ (ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง) ดูเหมือนทำให้หยุดชะงักไปเล็กน้อย” มาร์ติน โฮล์มส์ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียของบริษัทนายหน้าขายเรือยอชต์หรูนอร์ธรอปแอนด์จอห์นสัน ซึ่งจัดแสดงในงานแสดงเรือที่เซ็นโตซาเมื่อเดือน เม.ย.กล่าวกับนิกเกอิเอเชีย

แต่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเตือนว่า การเติบโตของตลาดเรือยอชต์ลักชัวรีอาจนำความเสี่ยงด้านอาชญากรรมมาได้ แม้สิงคโปร์จัดงานเลิศหรูอลังการ แต่นั่นก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงอาชญากรรมทางการเงินเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมสินทรัพย์มูลค่าสูง

บนเกาะเซ็นโตซามีคฤหาสน์หรูมูลค่าหลายล้านดอลลาร์เป็นที่หลบซ่อนของแก๊งอาชญากรชาวจีน ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฟอกเงินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สิงคโปร์ ไม่เพียงเท่านั้นเรือยอชต์หรูเชื่อมโยงกับแก๊งดังกล่าวจอดอยู่ที่เซ็นโตซาด้วย

เดือน ต.ค.ปีก่อน ทางการสิงคโปร์ยึดหรืออายัดทรัพย์สินกว่า 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 3,800 ล้านบาท) เชื่อมโยงกับเฉินจื้อ นักธุรกิจชาวกัมพูชา และบริษัทปรินซ์กรุ๊ปของเขาซึ่งรวมถึงเรือยอชต์หนึ่งลำ

“การแล่นเรือยอชต์เป็นเป้าหมายของการฟอกเงิน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก” โฮล์มส์จากนอร์ธรอปแอนด์จอห์นสันกล่าว “คุณต้องเข้มงวด และผมคิดว่ามันเป็นเรื่องดีสำหรับวงการเพราะวงการนี้ไม่ต้องการภาพลักษณ์แย่ๆ”