วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม 2569

Login
Login

ยอดขาย EV ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 5 เดือนติด ยุโรปโตแกร่งชดเชยตลาดจีน-อเมริกาเหนือ

'ยุโรป' ขึ้นแท่นแรงขับเคลื่อนตลาด EV โลก ยอดขายเดือนก.ค.พุ่ง 33% นำโดยฝรั่งเศสโตถึง 81% สวนทางอเมริกาเหนือที่ร่วง 27% และจีนที่ชะลอตัว

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น "เดือนที่ 5 ติดต่อกัน" ในเดือนก.ค. โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งใน "ยุโรป" ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายในจีนและอเมริกาเหนือที่อ่อนตัวลง

บริษัทที่ปรึกษา Benchmark Mineral Intelligence (BMI) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 1.85 ล้านคันในเดือนก.ค. ส่งผลให้ยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีนี้อยู่ที่ 11.5 ล้านคัน

ยอดขายอีวีในยุโรปเพิ่มขึ้น 33% แตะ 450,000 คัน ส่งผลให้ยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีเพิ่มขึ้น 28%

“การเติบโตในระดับสูงยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ของยุโรป ซึ่งหลายประเทศได้นำโครงการอุดหนุนอีวีกลับมาใช้อีกครั้งในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา” BMI ระบุ

ฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษ มียอดขายอีวีเพิ่มขึ้น 81%, 46% และ 43% ตามลำดับในเดือนก.ค.

ในทางกลับกัน ยอดขายใน "จีน" ลดลง 5% เหลือ 980,000 คัน ส่วนยอดขายในอเมริกาเหนือลดลง 27% เหลือ 140,000 คัน หลังมาตรการเครดิตภาษีอีวีของสหรัฐสิ้นสุดลง

ขณะที่ยอดขายในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกนอกเหนือจากตลาดดังกล่าว พุ่งขึ้น 97% แตะ 280,000 คัน

ตลาดอีวีใน 'จีน' ชะลอตัว

จีนมียอดขายรถอีวี 980,000 คันในเดือนก.ค. ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 7% จากเดือนมิ.ย. ส่งผลให้ยอดขายสะสม 7 เดือนแรกอยู่ที่ 5.9 ล้านคัน ลดลง 12% อย่างไรก็ตาม Electrek ระบุว่า ตัวเลขที่ลดลงไม่ได้สะท้อนภาพตลาดทั้งหมด

เมื่อแยกตามประเภท ยอดขายรถไฟฟ้าล้วน (BEV) ในจีนกลับเพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน ขณะที่ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)  ลดลง 21.1% และรถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง (EREV) ลดลง 16.5% 

ส่วนรถยนต์ใช้น้ำมันร่วงถึง 44% ขณะที่สัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ยังทำสถิติสูงสุดที่ 65.1% ของยอดขายรถยนต์ปลีกทั้งหมด นอกจากนี้ ผู้ผลิตจีนยังพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยส่งออก NEV มากกว่า 500,000 คันในเดือนก.ค. ทำสถิติสูงสุดรายเดือนอีกครั้ง

อเมริกาเหนือยอดขายทรุด 27%

"อเมริกาเหนือ" เป็นตลาดที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มตลาดหลัก โดยยอดขายอีวีเดือนก.ค.ลดลง 27% จากปีก่อน เหลือเพียง 140,000 คัน ส่วนยอดขายสะสม 7 เดือนแรกอยู่ที่ 900,000 คัน ลดลง 18% ขณะที่เฉพาะตลาด "สหรัฐ" แม้ยอดขายจะกระเตื้องขึ้นบ้างในไตรมาส 2 แต่เดือนก.ค.กลับลดลงมากกว่า 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

การชะลอตัวส่วนหนึ่งมาจากการสิ้นสุดมาตรการสนับสนุนอีวีของรัฐบาลกลางและสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่อ่อนแอลง รวมถึงฐานเปรียบเทียบที่สูงจากการเร่งซื้อรถในช่วงฤดูร้อนปีก่อน ก่อนรัฐบาลทรัมป์ยกเลิกเครดิตภาษีเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2025