‘ตลาดเดิมพันอนาคต’ กำลังกลายเป็นเครื่องมือทรงอิทธิพลต่อการเมืองโลก หลัง Polymarket และ Kalshi ถูกใช้เป็นแหล่งอ้างอิงโดยสื่อ นักลงทุน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับเตือนว่า ตลาดเหล่านี้อาจถูกชี้นำได้ด้วยเงินเพียงไม่กี่ร้อยดอลล์ เปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีปั่นกระแส และบิดเบือนการรับรู้ของสาธารณชน
หลายปีที่ผ่านมา “ตลาดเดิมพันอนาคต” (Prediction Market) ถูกยกให้เป็นเครื่องมือทำนายอนาคตที่แม่นยำกว่าผลสำรวจความคิดเห็น (Poll) เพราะใช้ “เงินจริง” แทนการตอบแบบสอบถาม ผู้สนับสนุนเชื่อว่า ผู้คนจะตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมากขึ้น เมื่อมีผลประโยชน์ทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ราคาบนแพลตฟอร์มอย่าง Polymarket และ Kalshi กลายเป็นดัชนีที่นักลงทุน นักวิเคราะห์ และแม้แต่สื่อมวลชนทั่วโลกจับตา
แต่เมื่อแพลตฟอร์มเหล่านี้เติบโตจนมีบทบาทต่อการเมืองมากขึ้น คำถามสำคัญก็เริ่มเกิดขึ้นว่า “ราคาที่เห็น” สะท้อนความน่าจะเป็นที่แท้จริง หรือกำลังถูกใครบางคนชี้นำมากกว่า
กรณีศึกษาที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เกิดขึ้นในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลัง “แมตต์ มาฮาน” นายกเทศมนตรีเมืองซานโฮเซจากพรรคเดโมแครต ประกาศลงสมัครแข่งขัน มีผู้ใช้รายหนึ่งใน Polymarket ที่ใช้นามว่า Fine-Tributary ใช้เงินกว่า 44,000 ดอลลาร์ (ราว 1.4 ล้านบาท) เข้าซื้อสัญญาเดิมพันว่า มาฮานจะเป็นผู้ชนะ ส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นจนตลาดประเมินว่าเขามีโอกาสชนะ “สูงถึง 96%” ทั้งที่ผลสำรวจความคิดเห็นจริงให้คะแนนนิยมเพียง “ประมาณ 4%” เท่านั้น
แม้เวลาต่อมา ราคาจะค่อย ๆ ปรับลดลง หลังนักลงทุนรายอื่นเข้ามาซื้อฝั่งตรงข้าม แต่การพุ่งขึ้นเพียงชั่วคราวก็เพียงพอให้สื่อหลายแห่งอย่าง New York Post และ California Post นำเสนอข่าวว่า มาฮานกำลังได้รับแรงสนับสนุนอย่างมหาศาล ขณะที่ผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดียจำนวนมากแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อโดยไม่ได้ตั้งคำถามว่า ความเคลื่อนไหวทั้งหมด “เกิดจากนักลงทุนเพียงรายเดียว”
เหตุการณ์นี้สะท้อนข้อกังวลใหม่ของนักวิชาการและอดีตเจ้าหน้าที่กำกับดูแลตลาดการเงินว่า ตลาดเดิมพันทางการเมือง อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้าง “ภาพลวง” มากกว่าจะเป็นเครื่องมือทำนายอนาคต
ในทางจิตวิทยา การสร้างภาพว่าผู้สมัครคนหนึ่ง “กำลังนำ” หรือ “กำลังจะชนะ” อาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนเอนเอียงไปเลือกผู้สมัครคนนั้นมากขึ้น เพราะเชื่อว่ากำลังเป็นตัวเลือกของคนส่วนใหญ่ และไม่ต้องการให้คะแนนเสียงของตัวเองสูญเปล่า ซึ่งนี่ยิ่งช่วยสร้างกระแสนิยมของผู้นั้นให้สูงขึ้นไปอีก
เมื่อสื่อหันมาเชื่อ ‘ตลาดเดิมพัน’
ในช่วงหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ปี 2024 ความนิยมของตลาดเดิมพันอนาคต เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลัง Polymarket และ Kalshi ทำนาย “ชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์” ได้แม่นยำกว่าผลสำรวจหลายสำนัก ส่งผลให้สื่อกระแสหลัก ทั้ง CNN, CNBC, Fox News รวมถึงสื่อออนไลน์จำนวนมาก เริ่มอ้างอิงราคาจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ในการรายงานข่าวการเมืองอย่างต่อเนื่อง
การที่สื่อหันมาใช้ข้อมูลจากตลาดคาดการณ์มากขึ้น ทำให้การรายงานข่าวการเลือกตั้ง เริ่มมีลักษณะคล้ายการถ่ายทอดสดกีฬา มีการแสดงอัตราต่อรองแบบเรียลไทม์ผ่านแถบข่าวและกราฟิกบนหน้าจอ พร้อมส่งสัญญาณกลาย ๆ ให้ผู้ชมเข้าไปวางเดิมพันด้วยตนเอง
ทั้งนี้ Bloomberg LP บริษัทแม่ของ Bloomberg News ก็เป็นผู้ให้บริการข้อมูลจาก Polymarket และ Kalshi แก่ลูกค้า ผ่านบริการข้อมูลของบริษัทเช่นกัน
ไม่เพียงเท่านั้น CNN ยังเปิดช่วงรายการใหม่ชื่อ “The Odds” ซึ่งนำความน่าจะเป็นจาก Kalshi มาใช้วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือ หลายตลาดของ Kalshi มีปริมาณการซื้อขายต่ำมาก จนสามารถ “ถูกชี้นำได้” ด้วยเงินเพียงเล็กน้อย
ตัวอย่างเช่น ในการวิเคราะห์ว่า ใครจะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนต่อไป ผู้ดำเนินรายการแฮร์รี เอนเทน อ้างอิงตลาดของ Kalshi ที่มีมูลค่าการซื้อขายรวมเพียง 16,000 ดอลลาร์ ขณะที่ข้อมูลสมุดคำสั่งซื้อ (Order Book) ของตลาดที่มีขนาดใกล้เคียงกันบ่งชี้ว่า การวางเดิมพันเพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ ก็อาจเพียงพอที่จะทำให้อัตราต่อรองเปลี่ยนแปลงได้ถึง 10 จุดเปอร์เซ็นต์
ได้อินฟลูเอนเซอร์ เป็นกระบอกเสียง
นอกจากสื่อแล้ว สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Polymarket และ Kalshi ยังว่าจ้าง “อินฟลูเอนเซอร์” ให้เผยแพร่อัตราเดิมพันต่างๆ ของแพลตฟอร์มผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งกลายเป็นช่องทางใหม่ที่เปิดโอกาสให้ข้อมูลบิดเบือนแพร่กระจายได้ง่ายขึ้นอย่างไม่คาดคิด
ตัวอย่างเกิดขึ้นทันทีหลังการลงคะแนนรอบแรกของการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิสในเดือนมิถุนายน เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนสเปนเซอร์ แพรตต์ ดาราเรียลลิตี้ทีวีที่ผันตัวมาเล่นการเมืองฝั่งอนุรักษนิยม อ้างข้อมูลจากตลาดคาดการณ์เพื่อกล่าวหาว่า “การเลือกตั้งถูกโกง”
ก่อนหน้านั้น แพรตต์มีคะแนนความน่าจะเป็นบนแพลตฟอร์ม Prediction Market อยู่ในระดับสูง แต่ผลการนับคะแนนจริง กลับทำให้เขาจบเพียงอันดับ 3 และพลาดสิทธิเข้าสู่การเลือกตั้งรอบตัดสินในเดือนพฤศจิกายน
มิลา จอย อินฟลูเอนเซอร์สาย MAGA ที่ได้รับค่าตอบแทนจาก Polymarket โพสต์บน X พร้อมแนบกราฟที่แสดงให้เห็นว่า อัตราต่อรองของแพรตต์ร่วงลงอย่างรวดเร็วระหว่างการนับคะแนน โดยเขียนว่า “พวกเขากำลังทำแบบนั้นจริง ๆ พวกเขานับคะแนนต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าสเปนเซอร์จะแพ้ ใครก็ได้ ช่วยทำอะไรสักอย่าง!”
ขณะที่กันเธอร์ อีเกิลแมน อินฟลูเอนเซอร์ที่ได้รับค่าตอบแทนจาก Kalshi ก็โพสต์ข้อความในลักษณะเดียวกันต่อผู้ติดตามกว่า 1.3 ล้านคน โดยสำนักข่าว Semafor รายงานว่า Kalshi ได้ขอให้เขาลบโพสต์ดังกล่าวในเวลาต่อมา
แต่เมื่อถึงตอนนั้น กระแสกล่าวหาก็ลุกลามไปถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งโพสต์บน Truth Social ว่า “เป็นไปไม่ได้ที่สเปนเซอร์ แพรตต์จะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งลอสแอนเจลิส หลังจากนำอยู่มากขนาดนั้น ประเทศโลกที่สาม การเลือกตั้งถูกโกง!"
เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงว่า ตลาดคาดการณ์อาจถูกนำมาใช้เป็น “เครื่องมือสร้างวาทกรรม” หรือบิดเบือนความเชื่อมั่นของประชาชนในช่วงการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่กำลังจะมาถึง
ยิ่งนิรนาม ยิ่งตรวจสอบยาก
แม้ Polymarket จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่อดีตเจ้าหน้าที่กำกับดูแลหลายรายมองว่า แพลตฟอร์มยังมีช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้ใช้งานในทางที่ผิด
อย่างแรก คือ ลูกค้าของแพลตฟอร์มนอกสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท แทบไม่เคยถูกบังคับให้ยืนยันตัวตนหรือส่งเอกสารแสดงตัวตน
ในการฝากและถอนเงิน ทำได้ผ่านสเตเบิลคอยน์ จึง “ไม่จำเป็นต้องผูกบัญชีธนาคาร” อีกทั้งยังไม่มีข้อห้ามในการเปิดหลายบัญชี ซึ่งนักลงทุนจำนวนมากมองว่า ระบบเช่นนี้เป็นข้อดี เพราะช่วยปกปิดตัวตนในระบบที่กระเป๋าเงินดิจิทัลถูกติดตามและจัดอันดับอยู่ตลอดเวลา
แต่ในมุมของอดีตทนายความของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐ (CFTC) ซึ่งเคยรับผิดชอบคดีปั่นตลาด เขาระบุว่า สิ่งนี้กลับทำให้การตรวจจับการสมรู้ร่วมคิดระหว่างนักลงทุนทำได้ยากขึ้น
“แพลตฟอร์มเหล่านี้ต้องการได้รับการยอมรับในฐานะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์กระแสหลัก แต่กลับไม่มีมาตรการคุ้มครองแบบที่ตลาดเหล่านั้นมี” อดีตเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวกล่าว พร้อมขอไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากปัจจุบันมีลูกค้าเป็นผู้ประกอบธุรกิจตลาดคาดการณ์
ด้าน Polymarket ชี้แจงว่า บริษัทใช้ระบบติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชน เครื่องมือกำกับดูแลจากบุคคลที่สาม และกระบวนการตรวจสอบภายใน เพื่อตรวจจับและป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต
เสี่ยงใช้ข้อมูลวงใน
การไม่เปิดเผยตัวตนของ Polymarket ยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มถูกกล่าวหาว่า เอื้อต่อการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลวงใน (Insider Trading)
ตัวอย่างเช่น หากใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดปฏิบัติการโจมตีทางทหาร ก็สามารถเปิดบัญชีใหม่หลายบัญชี ทำกำไรจำนวนมหาศาล ปิดบัญชี แล้วหายตัวไปได้
แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้ หากกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้นเคยผ่านการยืนยันตัวตน หรือสามารถระบุตัวผ่าน IP Address ที่ไม่ได้ปกปิดด้วย VPN แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ผู้ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ก็สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเหล่านี้ได้ไม่ยาก
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงคือ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทหารนายหนึ่งในรัฐนอร์ทแคโรไลนา กลายเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่ถูกดำเนินคดีอาญาจากการซื้อขายในตลาดคาดการณ์ หลังอัยการกล่าวหาว่า เขาทำกำไรกว่า 400,000 ดอลลาร์จากการวางเดิมพันบน Polymarket เกี่ยวกับช่วงเวลาที่จะมีการบุกจับประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา โดยคำฟ้องระบุว่า เขาใช้บัญชีคริปโทเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกับอีเมลส่วนตัวของตนเอง ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวได้
ตลาดเล็ก ปั่นราคาได้ง่าย
อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของตลาดคาดการณ์คือ “สภาพคล่อง” (Liquidity) แม้กระแสความนิยมจะเพิ่มขึ้นมาก แต่นอกช่วงการเลือกตั้งใหญ่ ตลาดการเมืองส่วนใหญ่ยังมีมูลค่าการซื้อขายต่ำมาก จนสามารถทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงได้ด้วยเงินเพียงไม่กี่พันดอลลาร์ หรือแม้แต่น้อยกว่านั้น
ทั้ง Kalshi และนักลงทุนหลายคนที่ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Businessweek เชื่อว่า หากมีผู้พยายามปั่นตลาด นักลงทุนมืออาชีพจะเข้ามาซื้อขายฝั่งตรงข้ามเพื่อดึงราคาให้กลับสู่ระดับที่เหมาะสม เหมือนกรณีของแมตต์ มาฮาน ที่ราคาสัญญาร่วงจาก 96 เซนต์ เหลือ 36 เซนต์ อย่างรวดเร็ว (แม้จะยังสูงกว่าระดับก่อนถูกปั่นก็ตาม)
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเขามองว่า ตลาดสามารถปรับสมดุลได้ด้วยตัวเอง
แต่ในความเป็นจริง ประสิทธิภาพของการปั่นตลาดขึ้นอยู่กับ “ขนาดเงินทุน” และ “ความต่อเนื่องของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง” เป็นสำคัญ
ที่สำคัญ กรณีของมาฮานแสดงให้เห็นว่า แม้ราคาจะพุ่งขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ ก็เพียงพอที่จะจุดกระแสข่าวจำนวนมากในสื่อ ซึ่งอาจสร้างแรงส่งทางการเมืองขึ้นมาได้เอง
เอาเงินซื้อ Kalshi คุ้มกว่าจ้างโพล
นักวางกลยุทธ์หาเสียงคนหนึ่ง ซึ่งทำงานให้ผู้สมัครในการเลือกตั้งของสหรัฐ และขอไม่เปิดเผยชื่อ เพราะกำลังพูดถึงการหารือภายในทีมหาเสียง ยอมรับว่า เธอเริ่มมองการนำเงินไปลงทุนในตลาดเดิมพันอนาคต อาจ “คุ้มค่ากว่า” การจ้างบริษัททำโพลที่ออกแบบมาให้ผลสำรวจเป็นบวกต่อแคมเปญ
เธอกล่าวว่า “ถ้าต้องเลือกระหว่างใช้เงิน 70,000 ดอลลาร์ทำโพล กับใช้แค่ 10,000 ดอลลาร์ไปซื้อสัญญาบน Kalshi แล้วได้รับความสนใจจากสื่อมหาศาล แน่นอนว่าคุณก็ต้องเลือก Kalshi”
แม้ทั้ง Polymarket และ Kalshi จะมีกฎห้ามผู้สมัครและทีมงานซื้อขายในตลาดของตนเอง แต่ในทางปฏิบัติ กฎเหล่านี้ไม่ได้ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดเสมอไป
ด้วยเหตุนี้ หากสื่อนำตัวเลขเหล่านี้ไปอ้างอิงโดยไม่ตรวจสอบ ก็อาจกลายเป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนโดยไม่ตั้งใจ
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งยังเชื่อว่า Prediction Market มีประโยชน์ หากมีสภาพคล่องสูงและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม เพราะสามารถสะท้อนข้อมูลจากผู้คนจำนวนมากได้รวดเร็ว แต่ปัญหาในปัจจุบันคือ ตลาดจำนวนมากยังมีขนาดเล็กเกินไป และอาจถูกชี้นำด้วยเงินทุนไม่มากนัก ส่งผลให้ตัวเลขที่สื่อและสาธารณชนเห็น อาจไม่ได้สะท้อน “ภูมิปัญญาของคนหมู่มาก” อย่างที่หลายคนเชื่อ
ท่ามกลางการเติบโตของตลาดเดิมพันทางการเมือง คำถามจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “ใครจะชนะการเลือกตั้ง” แต่รวมถึงว่า “ใครกำลังควบคุมตัวเลขที่ผู้คนใช้ตัดสินใจ”
อ้างอิง: bloomberg, nypost, bloomberg(2), cnn, pbs



