อินเดียเร่งผลักดันน้ำมัน E20 ลดพึ่งพาน้ำมันนำเข้า พร้อมระบายผลผลิตเกษตรส่วนเกิน แต่กลับสร้างโจทย์ใหม่ เมื่อรถรุ่นเก่าจำนวนมากยังไม่รองรับ เสี่ยงกินน้ำมันมากขึ้นและมีค่าบำรุงรักษาเพิ่ม ท่ามกลางคำถามว่า ใครกำลังเป็นผู้แบกรับต้นทุนของนโยบายพลังงานสะอาดนี้
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า อินเดียเดินหน้าผลักดัน “น้ำมัน E20” ซึ่งเป็นน้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 20% ให้เป็นมาตรฐานทั่วประเทศ หวังลดการปล่อยมลพิษและลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ท่ามกลางข้อกังวลว่า รถยนต์รุ่นเก่าจำนวนมากยังไม่ได้ออกแบบมารองรับเชื้อเพลิงชนิดนี้ และอาจเผชิญทั้ง “อัตราสิ้นเปลือง” ที่สูงขึ้นและ “ค่าบำรุงรักษา” เพิ่มเติม
อินเดียซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 85% ของความต้องการภายในประเทศ เริ่มใช้น้ำมัน E20 เป็นมาตรฐานตามสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศตั้งแต่เดือนเมษายน แทน E10 ที่มีเอทานอล 10% โดยเอทานอลที่ใช้ สามารถผลิตภายในประเทศจาก “วัตถุดิบทางการเกษตร” เช่น ข้าว อ้อย และข้าวโพด
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า รถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 เป็นต้นไปได้รับการออกแบบให้รองรับ E20 แล้ว ขณะที่รถรุ่นก่อนหน้านั้นส่วนใหญ่ออกแบบมาสำหรับน้ำมันที่มีสัดส่วนเอทานอลต่ำกว่า จึงอาจมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงลดลง รวมถึงเกิดการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนยางบางชนิดในระบบเชื้อเพลิง
ดี. รากูนานดัน นักวิทยาศาสตร์จาก Delhi Science Forum ระบุว่า รถเก่าที่รองรับได้เพียง E10 อาจมีระยะทางวิ่งต่อน้ำมันหนึ่งลิตรลดลงเมื่อเปลี่ยนมาใช้ E20 และอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนบางรายการ โดยชุดอัปเกรดสำหรับรถจักรยานยนต์มีราคาประมาณ 1,000-2,500 รูปี ส่วนรถยนต์อยู่ที่ประมาณ 4,000-6,000 รูปี
ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า ผู้บริโภคโดยเฉพาะเจ้าของรถเก่ากำลังเป็นผู้แบกรับต้นทุนส่วนหนึ่งของนโยบายหรือไม่ ขณะที่รัฐบาลอินเดียยืนยันว่า ยังไม่มีการตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนเอทานอลเกินกว่า 20% แม้ก่อนหน้านี้จะมีการหารือเกี่ยวกับรถยนต์ Flex-Fuel ที่สามารถรองรับ E85 หรือแม้แต่ E100
อีกด้านหนึ่ง นโยบายเอทานอลยังเชื่อมโยงกับปัญหาผลผลิตทางการเกษตรส่วนเกินของอินเดีย ราเมช จันด์ นักเศรษฐศาสตร์เกษตร ระบุว่า อินเดียผลิตข้าวประมาณ 155 ล้านตันต่อปี ขณะที่ความต้องการภายในประเทศอยู่ที่ราว 108 ล้านตัน และส่งออกประมาณ 20 ล้านตัน ทำให้ยังมีผลผลิตส่วนเกินจำนวนมาก เช่นเดียวกับข้าวโพดที่ผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก 22 ล้านตันเป็น 55 ล้านตันในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา
การนำผลผลิตส่วนเกินมาแปรรูปเป็นเอทานอล จึงช่วยสร้างตลาดใหม่ให้ภาคเกษตร ขณะเดียวกันยังช่วยลดการนำเข้าน้ำมัน แต่กำลังการผลิตเอทานอลของประเทศกลับเติบโตเร็วกว่าความต้องการ โดยอินเดียมีกำลังผลิตประมาณ 20,000 ล้านลิตรต่อปี
ขณะที่ความต้องการปัจจุบันอยู่ที่เพียงประมาณ 13,000 ล้านลิตร แบ่งเป็น 10,000 ล้านลิตรสำหรับผสมน้ำมัน และอีก 3,000 ล้านลิตรสำหรับภาคอุตสาหกรรม
ผู้ผลิตเอทานอลจึงเริ่มเผชิญแรงกดดันจากกำลังการผลิตส่วนเกิน โดยเฉพาะโรงกลั่นที่กู้เงินเพื่อลงทุนขยายกำลังการผลิต ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมองว่า ในอนาคตเอทานอลอาจถูกขยายไปสู่การใช้งานด้านอื่น เช่น เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) และพลังงานสำหรับการประกอบอาหาร
นโยบาย E20 กลายเป็นโจทย์ที่รัฐบาลอินเดียพยายามสร้างสมดุลระหว่าง การลดการนำเข้าน้ำมัน การระบายผลผลิตเกษตรส่วนเกิน และการผลักดันพลังงานสะอาด กับต้นทุนที่เจ้าของรถยนต์รุ่นเก่าอาจต้องแบกรับ โดยเฉพาะในช่วงที่อินเดียกำลังเดินหน้าไปสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว
อ้างอิง: nikkei



