วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

ซาอุดีอาระเบียส่งน้ำมันแบบ ‘ล่องหน’ สร้าง ‘จุดบอด’ ตลาดน้ำมัน

ซาอุดีอาระเบีย ส่งออกน้ำมันแบบ ‘ล่องหน’ มากขึ้น หลังภัยคุกคามจากฮูตีบีบเรือบรรทุกน้ำมันปิดสัญญาณ AIS หนีการโจมตี จนข้อมูลขนส่งหายไปจากจอ บริษัทติดตามเรือให้ตัวเลขต่างกันมาก สร้าง ‘จุดบอด’ ให้ตลาดโลกในการประเมินอุปทานน้ำมัน

ท่ามกลางภัยคุกคามจากกลุ่มฮูตี การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียผ่านทะเลแดงกำลัง “หายไปจากจอ” มากขึ้น หลังเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากเลือกปิดระบบติดตาม AIS เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าโจมตี ส่งผลให้การประเมินปริมาณน้ำมันที่ซาอุดีอาระเบีย ส่งออกจริง ทำได้ยากยิ่งกว่าเดิม

ภัยคุกคามดังกล่าว ทำให้เรือจำนวนมากหันมาใช้วิธีเดินเรือแบบ “Dark Voyage” หรือ “ปิดสัญญาณ AIS” ระหว่างอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดย Vortexa ระบุว่า การขนน้ำมันออกจากท่าเรือยานบู (Yanbu) ทั้งหมดในสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นแบบ “ปิดสัญญาณ” 

ขณะที่ Kpler ประเมินว่า ราว 70% ของการขนน้ำมันจากชายฝั่งตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการเดินเรือในลักษณะดังกล่าว

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ผลที่ตามมาคือ บริษัทติดตามเรือเริ่มประเมินตัวเลขส่งออกแตกต่างกันอย่างมาก โดยในสัปดาห์ที่เริ่มวันที่ 3 สิงหาคม บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Vortexa ประเมินว่า ยานบูส่งออกน้ำมันเหลือ 2.38 ล้านบาร์เรลต่อวัน จาก 2.71 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในสัปดาห์ก่อนหน้า

ขณะที่ Kpler ประเมินเพียง 1.78 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิม 4.04 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ส่วน AXSMarine กลับคำนวณว่า ปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 850,000 บาร์เรลต่อวัน จากประมาณ 420,000 บาร์เรลต่อวัน

ตัวเลขที่แตกต่างกันเหล่านี้ สะท้อนความยากในการติดตามปริมาณน้ำมันจริง หลังเรือปิดสัญญาณตัวเอง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้โดยทั้งสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA), กลุ่มโอเปก (OPEC) และผู้ค้าในการประเมินอุปทานน้ำมันโลก

จอร์จ มอร์ริส นักวิเคราะห์ของ Vortexa กล่าวว่า “เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การขนถ่ายน้ำมันจากยานบูทั้งหมดดำเนินการแบบปิดสัญญาณ ขณะนี้เราไม่เห็นการบรรทุกน้ำมันใดๆ ที่เปิดระบบ Automatic Identification System หรือ AIS อยู่เลย”

ขณะเดียวกัน การเดินเรือผ่านช่องแคบบาบ เอล มันเดบทางตอนใต้ของทะเลแดง ลดลงเหลือเฉลี่ยเพียง 32 ลำต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากประมาณ 50 ลำต่อวันก่อนฮูตีประกาศมาตรการปิดล้อมครั้งล่าสุด

สถานการณ์ดังกล่าว ยังผลักดันให้ซาอุดีอาระเบีย ส่งน้ำมันขึ้นเหนือผ่านทะเลแดงมากขึ้น ทั้งทางคลองสุเอซ และท่อส่ง SUMED ของอียิปต์ โดยปริมาณน้ำมันดิบ และคอนเดนเสทที่ท่า Sidi Kerir บนชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนพุ่งแตะสถิติ 2.17 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นราว 50% จากสัปดาห์ก่อน และประมาณ 90% เป็นน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย 

นอกจากเส้นทางเดินเรือที่เปลี่ยนไปแล้ว ต้นทุนประกันภัยจากความเสี่ยงสงครามยังพุ่งสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมันรายใหญ่เริ่มหลีกเลี่ยงการเดินทางลงใต้ผ่านช่องแคบบาบ เอล มันเดบ และหันนำเรือ VLCC ที่รับน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย มุ่งขึ้นเหนือหรือตะวันตกเฉียงเหนือมากขึ้น

สถานการณ์นี้จึงไม่ได้เพียงเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย แต่ยังทำให้ตลาดโลกมองเห็น “น้ำมันที่อยู่ในทะเล” ได้น้อยลง และประเมินได้ยากขึ้นว่า ภัยคุกคามจากฮูตีกำลังกระทบต่ออุปทานน้ำมันจริงมากเพียงใด



อ้างอิง: reuters

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์