วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘Foxconn’ กำไร Q2 พุ่ง 35% ทะลุคาด แรงหนุนความต้องการ ‘เอไอ’ โตกระฉูด

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมรับจ้างผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดในโลกจากไต้หวัน เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 เติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 35% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยได้ปัจจัยหนุนหลักมาจากความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะกลายเป็นขุมพลังหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทตลอดทั้งปีนี้

Foxconn หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Hon Hai Precision Industry เป็นผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์เอไอรายใหญ่ที่สุดของ Nvidia และผู้ประกอบ iPhone รายหลักของ Apple ได้รายงานกำไรสุทธิสำหรับช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนอยู่ที่ 5.997 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 1.86 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 4.44 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน ทั้งยังเอาชนะตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์จาก LSEG ที่ประเมินไว้ระดับ 5.88 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวันอีกด้วย

ในรายงานผลประกอบการ Foxconn ยังคงยึดตามการคาดการณ์เดิมที่มองว่ารายได้ตลอดทั้งปีนี้จะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากความต้องการเทคโนโลยีเอไอที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี แม้ว่า Foxconn จะไม่มีนโยบายการให้ตัวเลขประมาณการเป็นตัวเลขที่แน่ชัดก็ตาม ทั้งนี้ ยอดขายของ Foxconn ในไตรมาสที่ 2 ที่รายงานไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในด้านยุทธศาสตร์การผลิตและการแข่งขัน Foxconn ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าไอโฟนส่วนใหญ่ที่ผลิตให้กับแอปเปิลจะยังคงประกอบในประเทศจีน แต่ผลิตภัณฑ์ไอโฟนส่วนใหญ่ที่ส่งออกไปวางจำหน่ายในสหรัฐนั้น ได้ถูกเปลี่ยนไปผลิตในประเทศอินเดียเป็นหลักแล้ว

ขณะเดียวกัน Foxconn ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในประเทศเม็กซิโกและรัฐเทกซัสของสหรัฐ เพื่อรองรับการผลิตเซิร์ฟเวอร์เอไอให้แก่ Nvidia รวมถึงการมองหาโอกาสขยายธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

สำหรับการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นก่อนการประชุมทางไกลร่วมกับนักลงทุน ณ ไทเป ในวันพุธ หุ้นของ Foxconn ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.7% ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หุ้นของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วราว 17% แม้ว่าจะยังคงตามหลังการเติบโตของดัชนีตลาดหุ้นไต้หวันในภาพรวมที่พุ่งขึ้นถึง 57% ก็ตาม