วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘อังกฤษ’ เตือนลดใช้ไฟช่วง ‘สุริยุปราคา’ ยุโรปงัดแผนฉุกเฉิน สกัดวิกฤตพลังงานแสงอาทิตย์

ออคโตปุส เอนเนอร์จี ผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร ร้องขอให้ลูกค้าลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา

KEY POINTS

  • ออคโตปุส เอนเนอร์จี ผู้ให้บริการพลังงานในสหราชอาณาจักร ร้องขอให้ประชาชนลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงสุริยุปราคา เพื่อลดความตึงเครียดของระบบสายส่ง
  • ปรากฏการณ์สุริยุปราคาจะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วยุโรปลดลงอย่างมาก สวนทางกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงเย็น
  • ผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าทั่วยุโรปเตรียมแผนรับมือฉุกเฉิน โดยเตรียมแหล่งพลังงานสำรอง เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซและถ่านหิน เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบและป้องกันไฟฟ้าดับ

สำนักข่าว Sky News รายงานว่า ออคโตปุส เอนเนอร์จี ผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร ร้องขอให้ลูกค้าลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ขณะที่ผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าทั่วทวีปยุโรปต้องเร่งงัดแผนรับมือฉุกเฉินและเตรียมแหล่งพลังงานสำรองเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบ เนื่องจากปรากฏการณ์ดวงจันทร์เคลื่อนบดบังแสงอาทิตย์จะส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ลดลงฮวบฮาบ ในช่วงเวลาเดียวกับที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นพอดี

ออคโตปุส เอนเนอร์จี ออกคำเตือนเนื่องด้วยปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่ดวงจันทร์เคลื่อนเข้าบดบังดวงอาทิตย์โดยตรงนั้น ส่งผลให้พื้นที่บางส่วนของกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ ตอนเหนือของรัสเซีย สเปน และมุมเล็กๆ ทางตอนเหนือของโปรตุเกส ตกอยู่ในความมืดมิดชั่วขณะ ตามข้อมูลขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ นาซา (NASA)

ออคโตปุส ระบุว่า เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนบังแสงอาทิตย์ สหราชอาณาจักรจะขาดแคลนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เป็นจำนวนมหาศาล ในจังหวะเดียวกับที่ประชาชนหลายล้านคนกำลังเดินทางกลับถึงบ้านและเริ่มเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าพร้อมกัน ทำให้ความต้องการพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทางบริษัทจึงได้ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยกันลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว แล้วเปลี่ยนจากการเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ออกไปชมความงดงามของปรากฏการณ์ธรรมชาติระดับโลกนี้แทน เพื่อช่วยลดความตึงเครียดของระบบสายส่งไฟฟ้า

ข้อมูลจากสมาคมผู้ส่งออกและผู้ดูแลระบบส่งไฟฟ้าแห่งยุโรป (ENTSO-E) ร่วมกับ เรด อิเลกตริกา (Red Electrica) ผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าของสเปน ประเมินว่า สุริยุปราคาในครั้งนี้จะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วยุโรปลดลงสูงสุดถึง 9.7 กิกะวัตต์ โดยในจำนวนนี้ราว 5 กิกะวัตต์จะเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในสเปนและโปรตุเกส

ส่วนที่ประเทศฝรั่งเศส คาดว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จะลดลงสูงสุด 1.8 กิกะวัตต์ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 6% ของกำลังการผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดของประเทศที่มีอยู่ราว 30 กิกะวัตต์

ENTSO-E เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าในประเทศที่จะได้รับผลกระทบ ทั้งเยอรมนี ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรักษาเสถียรภาพในการจ่ายไฟฟ้าอย่างเข้มงวด

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมการเร่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นการชั่วคราว ตลอดจนการปรับใช้ระบบสำรองฟื้นฟูความถี่อัตโนมัติ (automatic Frequency Restoration Reserve หรือ aFRR) ซึ่งเป็นกลไกปรับเปลี่ยนการส่งจ่ายพลังงานอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาความถี่ของกระแสไฟฟ้าในสายส่งให้มีความเสถียร

รายงานระบุว่า ผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าในหลายประเทศของยุโรปได้เตรียมการรับมือปรากฏการณ์สุริยุปราคานี้มานานกว่า 1 ปี โดยการสร้างโมเดลจำลองเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของแสงและเงาที่มีต่ออัตราการผลิตไฟฟ้าอย่างละเอียด

อันนา-ไคซา อิตโคเนน โฆษกสหภาพยุโรป (EU) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ผลกระทบที่จะเกิดกับผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าในยุโรปคาดว่าจะไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากสุริยุปราคาเกิดขึ้นในช่วงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ลดลงตามธรรมชาติอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ผู้ดูแลระบบในฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร ต่างยืนยันว่าไม่คาดว่าจะเกิดไฟฟ้าดับหรือระบบหยุดชะงักด้วยเหตุผลเรื่องช่วงเวลาเช่นกัน

ปัจจุบัน พลังงานแสงอาทิตย์คิดเป็นสัดส่วนราว 13% ของปริมาณการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในสหภาพยุโรป และมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองความต้องการพลังงานในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศกันอย่างหนัก โดยเฉพาะในแถบยุโรปใต้

ระบบพลังงานของยุโรปกำลังเผชิญกับความตึงเครียดจากปัจจัยอื่นในช่วงฤดูร้อนอยู่แล้ว โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สภาพอากาศที่ร้อนจัดจากคลื่นความร้อน และระดับน้ำในแม่น้ำที่ลดต่ำลง ได้กดดันจนบีบให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในโรมาเนียและฮังการีต้องประกาศหยุดการทำงานลงชั่วคราว

เหตุการณ์สุริยุปราคาในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของระบบโครงข่ายไฟฟ้าในยุโรป ในการประสานแผนฉุกเฉินและเดินเครื่องพลังงานสำรองเพื่อประคองความเสถียรของพลังงานทั้งภูมิภาคให้ผ่านพ้นไปได้โดยไม่เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ