วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 10 August 2026

ราคาน้ามันดิบยังคงผันผวน ท่ามกลางสัญญาณบวกในการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ยังมีความเสี่ยงในฝั่งทะเลแดง

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 10 August 2026

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (7 – 13 ส.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนต่อเนื่อง แม้มีความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลางและมีสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากมีความคืบหน้าการเจรจาเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศผู้ผลิตหลักในอ่าวอาหรับฟื้นตัวจากระดับเดือนก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนสงคราม

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในทะเลแดงยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ หลังกลุ่ม Houthi โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงและอ่าวเอเดน ขณะที่การส่งออกน้ำมันจากท่า Yanbu ลดลง สะท้อนถึงความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกน้ำมันที่ยังคงมีอยู่

สำหรับปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดเป็นครั้งแรก ขณะที่อุปสงค์น้ำมันดิบเพื่อการกลั่นได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการคว่ำบาตรโรงกลั่น Kulevi ของจอร์เจีย ซึ่งอาจส่งผลให้การนำเข้าน้ำมันดิบลดลงชั่วคราวในระยะสั้น

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

•  ตลาดจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยคาดว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะปรับเพิ่มสูงขึ้น หลังคณะกรรมาธิการของรัฐสภาของอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมาย ซึ่งจะห้ามเรือของสหรัฐฯ อิสราเอลและประเทศใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออิหร่าน ใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากฝ่าฝืนอาจเก็บค่าปรับสูงสุด 20% ของมูลค่าสินค้าบรรทุก

ทั้งนี้ อิหร่านต้องการเก็บค่าธรรมเนียมในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซราว 5-7% ของมูลค่าสินค้าที่บรรทุก ในขณะที่โอมานเสนอให้เรียกเก็บที่ 3% นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทจากประเทศผู้ผลิตหลักในอ่าวอาหรับเริ่มฟื้นตัว

โดยข้อมูล Kpler ระบุว่า ปริมาณส่งออกของซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก คูเวต และอิหร่าน ในเดือน ก.ค. 69 เพิ่มขึ้น 2% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 10.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานที่เริ่มคลี่คลายลง แม้ปริมาณส่งออกยังต่ำกว่าระดับก่อนสงครามประมาณ 40% ก็ตาม

•  อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความไม่สงบระหว่างกลุ่ม Houthi ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยอิหร่าน และรัฐบาลเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยซาอุดิอาระเบียยังคงคุกรุ่น หลัง Houthi ได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีกองกำลังฝ่ายรัฐบาลเยเมน ในจังหวัด Marib และ Hadramout ของเยเมน โดยทำลายค่ายทหาร คลังแสง และยานพาหนะทางทหาร

ทั้งนี้ในวันที่ 5 ส.ค. 69 กลุ่ม Houthi ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย บริเวณนอกชายฝั่งเมือง Yanbu ในทะเลแดง และโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียอีกลำในอ่าวเอเดน (Gulf of Aden)

ขณะเดียวกัน Energy Aspects รายงานการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจากท่า Yanbu วันที่ 20 ก.ค. 69 ลดลง 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากค่าเฉลี่ยในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 69 อยู่ที่ระดับ 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ทั้งนี้ การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณทะเลแดงและอ่าวเอเดน สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งและท่าเรือส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในฝั่งทะเลแดง โดยเฉพาะท่า Yanbu ยังคงมีอยู่

•  กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานยอดขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 ส.ค. 69 เพิ่มขึ้น 1,000 รายจากสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 199,000 ราย ต่ำกว่า Reuters poll ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 202,000 ราย

• ความต้องการใช้น้ำมันดิบสำหรับกลั่นน้ำมันสำเร็จรูปลดลง หลังโรงกลั่น Kulevi ของบริษัท Black Sea Petroleum (BSP) ในจอร์เจียถูกสหภาพยุโรป (EU) คว่ำบาตร โดย EU อ้างข้อมูลการติดตามเรือว่าโรงกลั่นดังกล่าวตั้งแต่เริ่มดำเนินการเดือน ต.ค. 68 จนถึงเดือนพ.ค. 69 นำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียทั้งหมด 6 เที่ยวเรือ ที่ระดับ 4.8 ล้านบาร์เรล

โดยไม่พบการนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ส่งผลให้โรงกลั่นอาจจะเปลี่ยนไปนำเข้าน้ำมันดิบจากคาซัคสถาน และลิเบียแทนซึ่งอาจส่งผลให้ ความต้องการนำเข้าน้ำมันดิบลดลงชั่วคราว

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (31 ก.ค. - 6 ส.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 5.19 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 78.66 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 6.76 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 83.04 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ระบุว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความคืบหน้า

ขณะที่ อิหร่านและโอมานได้จัดทำร่างข้อตกลงเพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยอิหร่านระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจเปิดให้สัญจรได้เป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายลงในระยะสั้น

แม้ความเสี่ยงในทะเลแดงจะยังคงดำเนินอยู่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังกลุ่ม Houthi โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงและอ่าวเอเดน ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคยังคงอยู่

ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผย ตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ก.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 407.0 ล้านบาร์เรล และเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล