จีนกินขาด! ครองตลาด 'หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์' โลก 97% ยอดส่งมอบทั่วโลกพุ่ง 3 เท่า แค่ครึ่งปีแรก 19,100 ตัว Agibot แซงขึ้นเบอร์ 1 นำห่าง ‘สหรัฐ’ ก้าวกระโดด
KEY POINTS
- ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘จีน’ ครองส่วนแบ่งยอดจัดส่งทั่วโลกไปมากกว่า 97% ในช่วงครึ่งแรกปี 2026
- บริษัท Agibot จากเซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้วยยอดจัดส่ง 8,400 ตัว คิดเป็น 44% ของยอดจัดส่งทั่วโลกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แซงหน้าอดีตผู้นำอย่าง Unitree Robotics จากหางโจว
- การนำหุ่นยนต์ไปใช้งานในภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นกว่า 70% ของยอดจัดส่งทั้งหมดโตขึ้น 50%
บลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้ผลิต “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” ของจีนกำลังขึ้นนำคู่แข่งจากสหรัฐ ในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ โดยคว้าส่วนแบ่งยอดจัดส่งทั่วโลกไปได้มากกว่า 97% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
รายงานจาก Smart Analytics Global บริษัทวิจัยในแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า ยอดจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในครึ่งแรกของปี 2026 รวมกันอยู่ที่ประมาณ 19,100 ตัว ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 5,100 ตัว ถึง 3 เท่า
ทั้งนี้ บริษัทวิจัยคาดการณ์ว่ายอดจัดส่งรวมทั้งปีนี้จะพุ่งไปถึงราว 60,000 ตัว และจะแตะระดับ 500,000 ตัวได้ภายในปี 2030
อันดับ 1 ยังคงเป็นของ ‘จีน’ ทิ้งห่าง ‘สหรัฐ’
บริษัท Agibot จากเซี่ยงไฮ้ ได้แซงหน้า Unitree Robotics จากหางโจว ขึ้นมาเป็นผู้นำตลาด ด้วยยอดจัดส่ง 8,400 ตัว คิดเป็น 44% ของยอดจัดส่งทั่วโลกในระยะเวลา 6 เดือน
ขณะที่ Unitree ทำยอดได้ 5,900 ตัว ตัวเลขการผลิตของบริษัทจีนเหล่านี้ถือว่าทิ้งห่างบริษัทชั้นนำของสหรัฐ อย่าง Tesla, Figure AI และ Agility Robotics ไปไกลมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเร็วในการพัฒนาทางเทคโนโลยีของจีนได้เป็นอย่างดี
เมื่อปลายเดือนก.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐได้ประกาศห้ามนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และหุ่นยนต์สี่ขาตัวใหม่จากจีน รวมถึงชิ้นส่วนบางประเภท โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ และความเสี่ยงทางไซเบอร์ ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของสหรัฐ
แม้ว่าจำนวนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ถูกนำไปใช้งานจริงเพื่อสร้างผลผลิตทางธุรกิจจะยังคงมีไม่มากนัก แต่การสนับสนุนเชิงนโยบาย และเงินทุนจากรัฐบาลจีนในหลายระดับ ก็มีส่วนช่วยเร่งให้หุ่นยนต์เหล่านี้เข้าสู่ตลาดหลักได้เร็วขึ้น
การให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์นี้เห็นได้ชัดเจนในงาน World AI Conference ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งมีผู้ผลิตหุ่นยนต์หลายสิบรายนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พัฒนาทั้งเรื่องความคล่องแคล่ว ความเร็ว และความสามารถรอบด้านมาจัดแสดง
ลินดา ซุย ผู้ก่อตั้ง และนักวิจัยหลักของ Smart Analytics Global (SAG) ระบุว่า “การใช้งานในภาคอุตสาหกรรม และเชิงพาณิชย์คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของยอดจัดส่ง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ประมาณ 50%”
พร้อมกล่าวเสริมว่า ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ในอนาคต
อ้างอิง Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





