สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงเนื่องในโอกาสวันชาติสิงคโปร์ครบรอบ 61 ปี ระบุว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้าใช้ประโยชน์จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและสร้างงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น เพื่อคลายความกังวลของกลุ่มแรงงานที่ห่วงใยในวิถีชีวิตและหน้าที่การงานของตน ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความผันผวนภายนอกประเทศ
นายกฯ สิงคโปร์ ระบุว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันกำลังทบทวนแนวทางด้านอุตสาหกรรมและการค้า รวมถึงค้นหาวิธีการต่างๆ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของสิงคโปร์
"ความก้าวหน้าใหม่ๆ กำลังสร้างโอกาสที่ไม่อาจจินตนาการได้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้จะนำมาซึ่งความท้าทายและคำถามใหม่ๆ ก็ตาม สิงคโปร์ไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับที่ในขณะที่ประเทศอื่นกำลังก้าวไปข้างหน้า แต่เราก็จะไม่ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ทุกอย่างโดยปราศจากการไตร่ตรองเช่นกัน เราจะเปิดรับความก้าวหน้าเหล่านี้ภายใต้เงื่อนไขและแนวทางของเราเอง" ผู้นำสิงคโปร์เน้นย้ำ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมยกระดับมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อให้พวกเขาสามารถสำรวจและใช้งานในโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากประเด็นด้านเทคโนโลยี นายกฯ สิงคโปร์ยังเตรียมประกาศมาตรการชุดใหม่ภายในเดือนนี้ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นในการดูแลบุตรและผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตอัตราการเกิดที่ลดต่ำลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
"ชีวิตครอบครัวทั่วโลกกำลังเผชิญกับความกดดันที่มากขึ้น ซึ่งเราก็รับทราบถึงข้อกังวลเหล่านี้ในสิงคโปร์เช่นกัน หลายครอบครัวกำลังตึงเครียดจากการต้องรับภาระหน้าที่ที่รัดตัว" นายกฯ หว่องกล่าว
การแสดงความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงต่างเตือนว่า ความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยียังคงเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสิงคโปร์ที่พึ่งพาการค้าเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสิงคโปร์ได้ย้ำจุดยืนมาตลอดว่า รัฐบาลพร้อมจะสนับสนุนภาคครัวเรือนให้ก้าวผ่านภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด
แม้เศรษฐกิจของสิงคโปร์จะยังคงเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ทั่วโลก และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง แต่มีแนวโน้มที่การเติบโตทางเศรษฐกิจจะทำผลงานได้ดีกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ตลอดทั้งปี เนื่องจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเอไอในตลาดโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากอุปสรรคทางภูมิรัฐศาสตร์ได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ข้อมูลประมาณการเบื้องต้นระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของสิงคโปร์ในไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 6.3% ในไตรมาสก่อนหน้า
ขณะที่กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมคงคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปีนี้ไว้ที่ระดับ 2%-4%



