สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สกุลเงินเยน ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังจากรายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนักลงทุนต่างจับตาสัญญาณอย่างใกล้ชิดว่าทางการญี่ปุ่น กำลังเตรียมพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอีกครั้งหรือไม่
เงินเยน ปรับตัวแข็งค่าขึ้น 0.4% แตะระดับ 157.76 เยนต่อดอลลาร์ แม้จะมีการแข็งค่าขึ้นระหว่างวัน แต่เมื่อนับรวมทั้งสัปดาห์ เงินเยนยังคงปิดตลาดอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักสืบเนื่องจากการเข้าแทรกแซงค่าเงินของทางการญี่ปุ่นและสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา
ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการซื้อขายสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ระบุว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้ปรับลดสถานะการลงทุนที่เก็งกำไรว่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่การแทรกแซงตลาดช่วยให้ค่าเงินกลับมามีเสถียรภาพ
โดยในตลาดฟิวเจอร์ส และออปชั่น กองทุนที่มีการกู้ยืมเงินมาลงทุนได้ลดสถานะขายสุทธิของเงินเยนลงเกือบครึ่งหนึ่ง เหลือประมาณ 63,600 สัญญา ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงสิ้นเดือน มิ.ย. ที่สถานะเก็งกำไรขาลงพุ่งเกือบ 138,000 สัญญา นับเป็นระดับสถานะขายสุทธิที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007
ก่อนหน้านี้ เงินเยนได้ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีที่ประมาณ 164 เยนต่อดอลลาร์ ก่อนที่จะมีปฏิบัติการร่วมซื้อเงินเยนระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998
สำนักข่าว Bloomberg วิเคราะห์โดยอ้างอิงข้อมูลบัญชีของธนาคารกลางว่า ทางการญี่ปุ่นอาจใช้เม็ดเงินราว 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เข้าแทรกแซงตลาดเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่มีการประเมินว่าทางการได้ทุ่มเม็ดเงินไปแล้วถึง 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งหากตัวเลขนี้ได้รับการยืนยัน จะถือเป็นการเข้าแทรกแซงค่าเงินภายในวันเดียวที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ ทางการญี่ปุ่นยังระบุด้วยว่าได้เข้าแทรกแซงตลาดถึง 3 ครั้งในช่วงวันหยุดยาวโกลเด้นวีค โดยเป็นการเดินเกมแบบต่อเนื่องเพื่อหวังสร้างผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อนักลงทุนให้ได้มากที่สุด
ลี เฟอร์ริดจ์ นักกลยุทธ์จาก State Street ระบุว่า "ตลาดกำลังคาดหวังการแทรกแซงรอบใหม่ เนื่องจากครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงที่ดอลลาร์ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอยู่แล้ว" พร้อมเสริมว่าการเคลื่อนไหวของค่าเงินเมื่อวันศุกร์ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการแทรกแซง
ขณะที่ ไอดานนา อัปปิโอ ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก First Eagle Investments มองว่า การแทรกแซงอาจช่วยซื้อเวลาเพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายแบบผสมผสานที่น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น หรือเพื่อสื่อสารกับนักลงทุนให้ได้ดีขึ้น แต่มองว่าการใช้เพียงมาตรการแทรกแซงอย่างเดียวนั้นไม่น่าจะประสบความสำเร็จได้
ทั้งนี้ อิทธิพลของการแทรกแซงตลาดในสัปดาห์ก่อนหน้าเริ่มจางหายไปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดของการแทรกแซงในการพลิกฟื้นทิศทางการอ่อนค่าของเงินเยนในระยะยาว เนื่องจากยังมีปัจจัยกดดันโครงสร้างหลัก ทั้งช่องว่างอัตราดอกเบี้ยที่ห่างกันมากเมื่อเทียบกับสหรัฐ ภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงของญี่ปุ่น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ข้อมูลจากสัญญาเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน (Overnight index swaps) สะท้อนว่ามีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายนประมาณ 60%
อัตสึชิ มิมูระ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านค่าเงินของญี่ปุ่น ยืนยันว่าทางการจะรับมือกับความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนโดยประสานกับนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด
สำหรับแนวโน้มในระยะต่อไป นักกลยุทธ์จาก Morgan Stanley เปิดเผยว่ายังคงมีมุมมองเชิงลบต่อทิศทางเงินเยน แม้จะยังคงสถานะความเป็นกลางไว้ โดยประเมินว่า หากไม่มีการร่วมมือเข้าแทรกแซงในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพิ่มเติม เงินเยนจะค่อยๆ อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของทั้งสหรัฐและญี่ปุ่นได้ส่งสัญญาณต่อนักลงทุนว่า พวกเขามุ่งมั่นและพร้อมที่จะเดินหน้าปกป้องค่าเงินเยนต่อไปหากสถานการณ์จำเป็น



