แม้พายุถล่มท่าเรือและเศรษฐกิจในประเทศยังอ่อนแรง แต่ ‘AI’ กำลังช่วยพยุงการค้าจีนให้เดินหน้าต่อ หลังยอดส่งออก-นำเข้าเดือนกรกฎาคมโตเกินคาด เป็นเลขสองหลัก จากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่พุ่งขึ้นทั่วโลก
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนยังคงรักษาโมเมนตัมการค้าระหว่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วจากไต้ฝุ่นบาวีในเดือนกรกฎาคม โดยได้แรงหนุนจาก “กระแสการลงทุนปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก” ที่เร่งความต้องการสินค้าเทคโนโลยี ทำให้การส่งออกจีนในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 23.9% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันที่การส่งออก “ขยายตัวเกิน 20%” ส่งผลให้จีนเกินดุลการค้า 112,500 ล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มทำสถิติสูงกว่าปีที่แล้ว ตามข้อมูลของสำนักงานศุลกากรจีนที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์
ลินน์ ซ่ง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของ ING Bank ในฮ่องกงกล่าวว่า “การส่งออกยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโต” พร้อมระบุว่า เศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญภาวะการฟื้นตัวแบบ K-shaped ซึ่งหมายถึง ภาคที่พึ่งพาความต้องการจากต่างประเทศเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังอ่อนแอ และแนวโน้มนี้น่าจะดำเนินต่อไปในอีกหลายเดือนข้างหน้า
ในอีกด้านหนึ่ง การเติบโตของการค้า กลับยิ่งขยายความแตกต่างระหว่างภาคเศรษฐกิจที่เติบโตกับภาคที่ซบเซา และลดแรงกดดันให้รัฐบาลจีนต้องออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ แม้อุปสงค์ในประเทศยังคงอ่อนแอ
เดวิด ฉวี่ นักเศรษฐศาสตร์จีนของ Bloomberg Economics ระบุว่า “ข้อมูลการค้าของจีนสะท้อนให้เห็นช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมกับเศรษฐกิจยุคใหม่ การเติบโตที่แข็งแกร่งของการนำเข้าและส่งออกในเดือนกรกฎาคม แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ขณะที่การส่งออกสินค้าดั้งเดิม กลับเติบโตต่ำกว่าภาพรวมอย่างชัดเจน เราคาดว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไป โดย ‘ภาคเทคโนโลยี’ จะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออก”
ทั้งนี้ ราคาชิปและสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันและโลหะที่พุ่งสูง ทำให้มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น แม้ว่าปริมาณการส่งออกและนำเข้าจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า ขณะเดียวกัน การลงทุน AI มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ราคาชิปบางประเภทพุ่งขึ้นสูงถึง 700% ในรอบหนึ่งปี
ข้อมูลทางการล่าสุดระบุว่า มูลค่าส่งออกของจีนในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 หลังจากลดลงเกือบ 3 ปี
ส่วนมูลค่านำเข้าพุ่งขึ้น 25% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บข้อมูลในปี 2549 ขณะที่หากวัดตามปริมาณจริง การนำเข้าเพิ่มขึ้นเพียง 4%
จูเลียน อีแวนส์-พริตชาร์ด หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจจีนของ Capital Economics กล่าวว่า “หากมองภาพรวม การส่งออกจีนยังแข็งแกร่งมาก โดยการชะลอลงเล็กน้อยในเดือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการหยุดชะงักชั่วคราวของการดำเนินงานท่าเรือจากพายุไต้ฝุ่น”
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า เศรษฐกิจจีนที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าไฮเทคและสินค้าเกี่ยวกับ AI มากขึ้น ทำให้มีความเปราะบางต่อเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงน้อยลง
ในเดือนกรกฎาคม การส่งออกชิปเพิ่มขึ้น 117% และ คอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 67% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากราคาที่สูงขึ้น
ขณะที่การส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 60%, เรือเพิ่มขึ้น 92% และเครื่องจักรทั่วไปเร่งตัวเป็น 31% จาก 15% ในเดือนมิถุนายน
แม้ความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศคู่ค้ารายใหญ่จะทวีความรุนแรงขึ้น แต่จีนยังคง “เกินดุล” การค้ากับสหภาพยุโรป (EU) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 33,800 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม
ขณะเดียวกัน จีนยังคงลดการนำเข้าน้ำมันดิบ แม้การหดตัวในเชิงปริมาณจะชะลอลง โดยลดลง 24% จากปีก่อน เทียบกับ 41% ในเดือนมิถุนายน
อ้างอิง: bloomberg



