วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม 2569

Login
Login

แรงซื้อจีนช่วยพยุง 'ราคาทอง' ยืนระดับเหนือ 4,000 ดอลลาร์

ทองคำยังไม่ตาย ได้แรงซื้อจาก 'จีน' ช่วยพยุงราคายืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ หลังกองทุน ETF ทองคำ มีเงินไหลเข้าสุทธิติดต่อกัน 14 วัน ยาวนานสุดตั้งแต่ช่วงต้นปี

บลูมเบิร์กรายงานว่า บรรดานักลงทุนสถาบันใน "จีน" ได้เข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยชะลอการปรับตัวลงของราคาทองคำ และพยุงราคาให้ยืนอยู่เหนือระดับสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

รายงานระบุว่า กองทุน ETF ทองคำในจีนมียอดเงินไหลเข้าสุทธิต่อเนื่อง 14 วันทำการ จนถึงวันจันทร์ที่ 3 ส.ค. ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีเงินไหลเข้าสุทธิติดต่อกัน "ยาวนานที่สุด" นับตั้งแต่เดือนมี.ค. ปีนี้ ตามการคำนวณของบลูมเบิร์ก สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงมุมมองของนักลงทุนในตลาดทองคำที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างจีน หลังจากสงครามในตะวันออกกลางเคยทำให้เกิดกระแสเงินไหลออกและราคาทองคำปรับตัวลงเป็นเวลานาน

สตีฟ โจว นักวิเคราะห์จากบริษัทจัดการกองทุน Huaan Fund Management ซึ่งบริหารกองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในจีน กล่าวว่า ความสนใจของนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังราคาทองปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากที่เคยขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใกล้ 6,000 ดอลลาร์เมื่อต้นปี ในขณะที่ "แรงเทขายในตลาดหุ้นจีน" ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ทองคำอีกครั้ง

ทั้งนี้ ราคาทองคำร่วงลงแล้วมากกว่า 25% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อต้นปี หลังความขัดแย้งระหว่างอิหร่านทำให้ตลาดกังวลเรื่องเงินเฟ้อและเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย 
อย่างไรก็ตาม ในเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ราคาทองคำรายเดือนเพิ่งกลับมา "ปิดบวก" ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ. และตลอดเดือนก.ค. ราคาปรับลงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง

ขณะที่ความผันผวนในตลาดหุ้นช่วงที่ผ่านมา ได้กระตุ้นให้นักลงทุนในจีนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลงหลังนักลงทุนเริ่มกังวลว่าราคาหุ้นอยู่ในระดับสูงเกินไป และมีการกระจุกตัวของเงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากเกินไป ส่งผลให้ดัชนี CSI 300 ร่วงเกือบ 8% ในเดือนก.ค. ยุติการปรับขึ้นติดต่อกัน 3 เดือนลง

โจวกล่าวว่า การซื้อขายของกองทุนที่ใช้ "เลเวอเรจ" ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียิ่งเพิ่มความผันผวนให้ตลาด และกองทุนบางแห่งอาจเริ่มมองหาสินทรัพย์ใหม่ที่ปลอดภัยมากกว่า ซึ่งอาจทำให้ทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ยังมีสัญญาณบ่งชี้ด้วยว่าความต้องการซื้อ "ทองคำจริง" (Physical Gold) ก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน โดยราคาทองคำในตลาดเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Gold Exchange) ซื้อขายกันที่ระดับสูงกว่าราคาอ้างอิงในตลาดลอนดอนเล็กน้อย ซึ่งหมายความว่าธนาคารสามารถจัดหาทองคำจากต่างประเทศได้ในราคาที่ถูกกว่า

เบอร์นาร์ด ซิน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ของบริษัท MKS PAMP SA กล่าวว่า สต็อกทองคำของบริษัทถูกขายออกอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็น "เรื่องที่ไม่ปกติ" โดยบริษัทได้รับคำสอบถามจำนวนมากจากธนาคารในจีนที่ให้บริการแก่ Shanghai Gold Exchange International Board ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้สามารถนำเข้าทองคำแท่งได้

อย่างไรก็ตาม ซินมองว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์ทองคำในจีนยังอยู่ในระดับจำกัด และอาจยังไม่มากพอที่จะผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น โดยกล่าวว่ายังไม่เห็นภาวะตื่นทองที่นักลงทุนพากันแห่เข้าซื้อในขณะนี้ 


ที่มา: Bloomberg