ทรัมป์เปิดศึกกับบริษัทยักษ์ใหญ่น้ำมัน หลังผลกำไรพุ่งจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงสงครามอิหร่าน โดยชี้ว่าทำกำไร ‘มากเกินไป’ และควรลดราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงกดดันบริษัทยักษ์ใหญ่น้ำมันอย่าง ExxonMobil และ Chevron หลังทั้งสองบริษัทประกาศ กำไรไตรมาส 2 พุ่งจาก ราคาน้ำมัน ที่ยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางสงครามอิหร่าน โดยระบุว่า บริษัทเหล่านี้ทำกำไร “มากเกินไป” และควร “คืนบางส่วนให้กับประชาชน” ผ่านการลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม
ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่พอใจที่บริษัทน้ำมันได้รับประโยชน์จากราคาพลังงานที่พุ่งสูง พร้อมเรียกร้องให้ผู้ผลิตลดราคาขายปลีก เพราะผู้บริโภคไม่ควรต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจากสงคราม
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังวิจารณ์ไมค์ เวิร์ธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Chevron หลังให้สัมภาษณ์กับช่อง Fox News โดยไม่กล่าวถึงบทบาทของรัฐบาลทรัมป์ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำมัน พร้อมอ้างว่า หากไม่มีนโยบายของรัฐบาล บริษัทน้ำมันสหรัฐจะไม่มีทางเติบโตได้เช่นทุกวันนี้
แม้อุตสาหกรรมน้ำมันจะได้รับแรงหนุนจากนโยบาย “ผลิตพลังงานอเมริกา” ของทรัมป์ ซึ่งส่งเสริมการขุดเจาะและเพิ่มกำลังการผลิต แต่ทรัมป์ก็พยายามสร้างแรงกดดันให้บริษัทต่าง ๆ ไม่ฉวยโอกาสทำกำไรจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น จนเกิดความย้อนแย้งระหว่างการสนับสนุนผู้ผลิตกับการเรียกร้องให้ลดราคาสำหรับผู้บริโภค
ด้านสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ซึ่งเป็นตัวแทนอุตสาหกรรม ชี้แจงว่า ราคาน้ำมันและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก รวมถึงความไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่การกำหนดราคาของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว มีขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐอยู่ที่ราว 4.10 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นกว่า 30% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุเมื่อต้นปี ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น และกลายเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งพรรครีพับลิกันกำลังพยายามรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรส
ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนว่า บริษัทพลังงานสหรัฐได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นที่สูงขึ้น โดย ExxonMobil และ Chevron ทำกำไรโดดเด่น ขณะที่ Valero Energy มีกำไรไตรมาสสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤติพลังงานปี 2565 และ Chevron มีกำไรสูงสุดในรอบอย่างน้อย 6 ปี
อ้างอิง: reuters



