วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในแดนลบ จับตาเจรจาอิหร่าน-ช่องแคบฮอร์มุซ

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบทรงตัวหลังจากปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบสัปดาห์ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า การเสนอเจรจาครั้งล่าสุดนี้ถือเป็น "โอกาสสุดท้าย" ของเตหะราน และคาดว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติอย่างเต็มรูปแบบ

 

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) ขยับลงมาอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันอังคาร (4 ส.ค. 69) หลังจากร่วงลงมากกว่า 5% เมื่อวันจันทร์ ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ Brent ปิดใกล้ระดับ 84 ดอลลาร์ในการซื้อขายช่วงก่อนหน้า "เรากำลังพูดถึงช่องแคบ การเปิดช่องแคบ ให้มันกลับมาเปิดได้พรุ่งนี้เลย" ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) เมื่อวันจันทร์

 

"นี่คือโอกาสสุดท้ายที่พวกเขจะได้ลงนามในเอกสารที่ดี" เขากล่าว โดยไม่ได้ชี้แจงว่าเขากำลังอ้างถึงการเจรจาเรื่องใดหรือมีใครเข้าร่วมบ้าง "ผมต้องการให้โอกาสสุดท้ายแก่พวกเขาก่อนที่จะถึงขั้นเด็ดหัว"

 

ทางด้านเตหะรานปฏิเสธว่าไม่ได้มีการพูดคุยกับสหรัฐ แต่เปิดเผยว่าการหารือกับโอมานเพื่อเพิ่มการสัญจรของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกำลังมีความคืบหน้า โดยวอชิงตันต้อง "เป็นฝ่ายเริ่มก้าวแรกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" โมห์เซน เรซาอี (Mohsen Rezaee) ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของอิหร่าน

ราคาน้ำมันมีความผันผวนอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากเหตุการสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้งหลังจากข้อตกลงหยุดยิงในเดือนมิถุนายนล่มสลายลง และความขัดแย้งขยายวงกว้างไปสู่ทะเลแดง ทรัมป์มักอ้างถึงความพยายามทางการทูตเมื่อเขายอมถอยจากคำขู่วิธีการทางทหาร เพียงเพื่อจะพบว่าการเจรจาล้มเหลว และเมื่อวันจันทร์เขาได้ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านซึ่งเขาระบุว่าจะเป็นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

"ตราบใดที่มีช่องทางเหล่านี้ในการเคลื่อนย้ายน้ำมันดิบ ฉันคิดว่าสถานการณ์เปิดๆ ปิดๆ แบบนี้จะดำเนินต่อไป" แคโรลีน คิสเซน (Carolyn Kissane) รองคณบดีแห่งศูนย์กิจการระดับโลก มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University’s Center for Global Affairs) กล่าว "อิหร่านไม่ได้ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย แต่ต้องการรักษาความตึงเครียดไว้ และจะมีการโจมตีเกิดขึ้นอีกหลังจากตลาดถอยร่นแบบนี้ เราเคยผ่านจุดนี้มาแล้ว"

การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเคยรองรับปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 1 ใน 5 ของโลกก่อนเกิดสงคราม  ได้ลดลงจนเหลือเพียงเล็กน้อย ขณะเดียวกัน ท่าเรือส่งออกสำคัญอย่าง ยันบู (Yanbu) ของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ดูเหมือนจะเป็นวันที่คึกคักที่สุดนับตั้งแต่ภัยคุกคามจากกลุ่มฮูตีสร้างความปั่นป่วนให้กับการขนส่งสินค้าในภูมิภาค เนื่องจากมีเรือจำนวนมากแล่นผ่านจุดยุทธศาสตร์ บับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) โดยปิดระบบระบุตัวตน (transited dark)

 

อย่างไรก็ตาม การส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในเดือนกรกฎาคมปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากอันตรายต่อการสัญจรของเรือในอ่าวเปอร์เซียและทะเลแดงชะลอการส่งออกของซาอุฯ ข้อมูลจากระบบติดตามเรือบรรทุกน้ำมันที่รวบรวมโดย บลูมเบิร์ก (Bloomberg) ระบุว่า ยอดส่งออกสุทธิอยู่ที่ 4.19 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลง 460,000 บาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

 

ท่ามกลางตลาดพลังงานโลกที่ได้รับแรงกดดันจากสงครามอิหร่าน การที่ยูเครนเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีไปยังห่วงโซ่อุปทานน้ำมันของรัสเซีย เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการสะดุดของการไหลเวียนพลังงานทั่วโลก โดยโรงกลั่นขนาดใหญ่ เรือบรรทุกน้ำมัน โครงสร้างพื้นฐานทางทะเลและท่อส่งน้ำมันหลัก ถูกโจมตีอย่างน้อย 30 ครั้งในเดือนกรกฎาคม ซึ่งนับเป็นจำนวนการโจมตีต่อเดือนที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่รัสเซียบุกเข้ายูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำได้ดำเนินการโหลดน้ำมันเสร็จสิ้นที่สถานีของ กลุ่มความร่วมมือท่อส่งน้ำมันแคสเปียน (Caspian Pipeline Consortium หรือ CPC) ซึ่งเป็นท่าเรือในทะเลดำริมชายฝั่งรัสเซียที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งออกน้ำมันดิบของคาซัคสถาน การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้เจ้าของเรือบางรายระมัดระวังในการนำเรือเข้าเทียบท่าที่นั่น

อัปเดตราคาน้ำมัน เช้าวันอังคาร( 4 ส.ค. 69)

WTI สำหรับส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 0.4% อยู่ที่ 80.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 6:40 น. ที่สิงคโปร์

Brent สำหรับส่งมอบเดือนตุลาคม ปิดร่วงลง 4.7% อยู่ที่ 83.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันจันทร์