วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม 2569

Login
Login

จีนเดินหน้าพลังงานนิวเคลียร์! ไฟเขียวงบ 8 แสนล้านบาท รับดีมานด์พลังงานพุ่ง

จีนเร่งเดินหน้าพลังงานนิวเคลียร์ ไฟเขียวสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ 8 เครื่อง มูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท หวังเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมผลักดันเป้าขึ้นเป็น ‘ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดของโลก’ ภายในสิ้นทศวรรษนี้

จีน เดินหน้าขยายกำลังการผลิต “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” ครั้งใหญ่ หลังคณะรัฐมนตรีจีน “อนุมัติ” โครงการสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ 8 เครื่องปฏิกรณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 170,000 ล้านหยวน (ราว 8 แสนล้านบาท) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนโดยไม่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น

โครงการใหม่ได้รับการอนุมัติใน 4 มณฑล ได้แก่ กวางตุ้ง เหลียวหนิง เจ้อเจียง และซานตง โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ หน่วยที่ 5 และ 6 ของ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮุ่ยโจว ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทย่อยของ CGN Power ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดของจีน

เครื่องปฏิกรณ์แต่ละหน่วยจะมีกำลังการผลิต 1,217 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับจ่ายไฟให้กับครัวเรือนหลายล้านหลัง 

ขณะที่โครงการอื่น ๆ ที่ได้รับไฟเขียว ได้แก่ โครงการ Zhuanghe ในมณฑลเหลียวหนิง และ Jinqimen ในมณฑลเจ้อเจียงของบริษัท China National Nuclear Power Corp. รวมถึงโครงการ Laiyang ในมณฑลซานตง ของ SPIC Industry-Finance Holdings

การอนุมัติครั้งนี้ สะท้อนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลปักกิ่งที่ต้องการสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ สามารถเดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจีนจะเป็นประเทศที่ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมากที่สุดในโลก แต่พลังงานหมุนเวียนทั้งสองประเภทมีข้อจำกัดจากสภาพอากาศ ทำให้พลังงานนิวเคลียร์มีบทบาทสำคัญในฐานะแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักที่ปล่อยคาร์บอนต่ำและช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์เป็น 110 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 “เพิ่มขึ้นถึง 76%” จากระดับ ณ สิ้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนผลักดันให้จีนแซงหน้าฝรั่งเศสและสหรัฐ ก้าวขึ้นเป็น “ประเทศผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดของโลก” ก่อนสิ้นทศวรรษนี้

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดังกล่าวยังเผชิญความท้าทาย เนื่องจากจีน เคยพลาดเป้าหมายกำลังการผลิตนิวเคลียร์มาแล้ว โดยไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 58 กิกะวัตต์ภายในปี 2020 และ 70 กิกะวัตต์ภายในปี 2025 ตามแผนเดิม 

สาเหตุหลักมาจากการระงับการอนุมัติโครงการนิวเคลียร์เป็นเวลาหลายปีหลังเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะของญี่ปุ่นในปี 2554 รวมถึงปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เกิดขึ้นหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19

แม้จะเคยสะดุดจากปัจจัยด้านความปลอดภัยและข้อจำกัดด้านการก่อสร้าง แต่การอนุมัติโครงการชุดใหม่ครั้งนี้ส่งสัญญาณว่า จีนกำลังเร่งเดินหน้าขยายพลังงานนิวเคลียร์อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว
 

อ้างอิง: bloomberg