หลังมาตรการโจมตีทางทหารและปิดล้อมทางทะเล ยังไม่สามารถบีบอิหร่านให้ยอมอ่อนข้อได้ สหรัฐ-อิสราเอลจึงกำลังพิจารณาแผน ‘ปิดล้อมทางบก’ เพื่อตัดเส้นทางการค้าและการลำเลียงอาวุธ หวังยกระดับแรงกดดันจนบีบให้เตหะรานกลับสู่โต๊ะเจรจา
แม้เปิดฉากถล่มอย่างหนัก ปิดล้อมทางทะเล และใช้มาตรการกดดันหลายระลอก แต่อิหร่านก็ยังไม่ยอมถอย ไม่ยอมคายช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐและอิสราเอล จึงกำลังหารือแผนการ “ปิดล้อมอิหร่านทางบก” (Land Blockade) หวังตัดเส้นทางการค้าและบีบเศรษฐกิจเตหะรานให้ถึงขีดสุด
รายงานของหนังสือพิมพ์ The Telegraph ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้หารือแนวทางเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน “ทั้งทางทหารและไม่ใช่ทางทหาร” ระหว่างการพบกันที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยหนึ่งในแนวคิดคือ การผลักดันให้ประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านร่วมจำกัดหรือปิดจุดผ่านแดน เพื่อสกัดการนำเข้าและส่งออกสินค้า ทำให้อิหร่าน “ถูกตัดขาด” จากการค้าระหว่างประเทศทางบก
เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิสราเอลรายหนึ่งกล่าวกับ The Telegraph ว่า “ถ้าปิดเส้นทางบกทั้งหมด จนอิหร่านไม่สามารถนำเข้าสินค้าหรือส่งออกอะไรได้เลย ผลกระทบจะมหาศาล”
หากดำเนินการจริง สหรัฐและอิสราเอลจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจาก 7 ประเทศที่มีพรมแดนติดกับอิหร่าน ได้แก่ อิรัก ตุรกี ปากีสถาน อัฟกานิสถาน เติร์กเมนิสถาน อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน ซึ่งหลายประเทศไม่ได้เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐ และอาจเผชิญทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงจากการตอบโต้ของอิหร่าน หากเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว
นักวิเคราะห์มองว่า จุดผ่านแดนสำคัญอย่าง Incheh Borun และ Sarakhs-Sarahs ซึ่งเชื่อมต่อกับเติร์กเมนิสถาน อาจกลายเป็นเป้าหมายหลักของมาตรการปิดล้อม หากแผนนี้เดินหน้าจริง
แหล่งข่าวระบุว่า การปิดล้อมเส้นทางขนส่งทางบก อาจช่วย “ขัดขวางการนำเข้าอาวุธและยุทโธปกรณ์ของอิหร่าน” โดยเฉพาะในช่วงที่เตหะราน คาดว่า จะได้รับเครื่องยิงจรวดและระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพกพา (MANPADS) “จากจีน” ภายใต้ข้อตกลงด้านกลาโหมมูลค่า 70 ล้านดอลลาร์
ด้านพลโทฌอน แมคฟาร์แลนด์ อดีตนายพลสามดาวของกองทัพสหรัฐมองว่า แม้การปิดล้อมทางบกจะเป็นภารกิจที่เป็นไปได้ยาก แต่หากสามารถตัดความสามารถในการค้าของอิหร่านได้จริง ก็จะเป็นวิธีที่สร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
เขาระบุว่า วิธีนี้อาจเป็นหนทางที่จะทำให้อิหร่านยอม “คุกเข่า” ทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการยังจำเป็นต้องมีองค์ประกอบด้านการทหารควบคู่กัน เพราะอิหร่านมีพรมแดนติดกับหลายประเทศ และบางประเทศ เช่น อิรัก มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลเตหะราน ทำให้การสกัดเส้นทางลำเลียงเป็นเรื่องซับซ้อน
ในขณะนี้ ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาทางเลือกหลายรูปแบบเพื่อกดดันให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา หลังประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่ายุทธศาสตร์เดิมมาถึงทางตันแล้ว โดย “การปิดล้อมทางบก” จะสอดคล้องกับนโยบายกดดันสูงสุด ที่มุ่งบั่นทอนเศรษฐกิจอิหร่าน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า ในการหารือครั้งล่าสุด ทั้งสองฝ่ายได้พิจารณา “3 ทางเลือก” ได้แก่ การบรรลุข้อตกลง การเดินหน้าปิดล้อมทางทะเล และการกลับมาเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหาร โดยนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูไม่ได้ผลักดันแนวทางใดเป็นพิเศษ
ล่าสุด สหรัฐ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ต่อเป้าหมายในอิหร่าน เพื่อตอบโต้การโจมตีฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมี “ทุกทางเลือก” อยู่บนโต๊ะ สำหรับการรับมือกับสถานการณ์ที่ทวีความตึงเครียดมากขึ้น



