ผู้ค้าปลีกน้ำมันรายใหญ่ของรัฐบาลอินเดีย กำลังจ่าย ‘ต้นทุน’ ของการตรึงราคาพลังงานเพื่อช่วยผู้บริโภค หลังวิกฤติสหรัฐ-อิหร่านทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน จนทั้ง 3 บริษัทขาดทุนรวม ‘กว่า 64,000 ล้านบาท’ ในเวลาเพียง 3 เดือน
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า อินเดีย กำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตราคาพลังงาน หลัง “ผู้ค้าปลีกน้ำมันของรัฐทั้ง 3 ราย” ได้แก่ Indian Oil, Bharat Petroleum และ Hindustan Petroleum ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดราว 90% ต้องแบกรับภาระตรึงราคาขายปลีกเพื่อ “บรรเทาผลกระทบ” จากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ส่งผลให้ “ขาดทุนรวม” 1.81 แสนล้านรูปี (ราว 1.9 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งคิดเป็นราว 64,000 ล้านบาท ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนมิถุนายน
Indian Oil รายงาน ผลขาดทุนสุทธิ 26,610 ล้านรูปี จากที่เคยมีกำไร 56,880 ล้านรูปีในช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ Bharat Petroleum และ Hindustan Petroleum ขาดทุน 39,620 ล้านรูปี และ 115,260 ล้านรูปี ตามลำดับ พลิกจากกำไรในปีก่อนเช่นกัน
แม้อินเดียจะปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลราว 7.5 รูปีต่อลิตร เมื่อเดือนพฤษภาคม แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนที่พุ่งขึ้นจากราคาน้ำมันดิบโลก อีกทั้งบริษัทต่าง ๆ ยังหลีกเลี่ยงการปรับราคาตามการลดลงของราคาน้ำมันในระยะสั้น เพราะกังวลความผันผวนของตลาด
ข้อมูลจาก ICICI Securities ระบุว่า ในไตรมาสดังกล่าว ผู้ประกอบการขาดทุนจากการขายน้ำมันเบนซินเฉลี่ย 6 รูปีต่อลิตร และขาดทุนจากดีเซล 18.9 รูปีต่อลิตร สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศยังแข็งแกร่ง โดยยอดขายน้ำมันเบนซิน และดีเซลของ Bharat Petroleum และ Hindustan Petroleum รวมกันเพิ่มขึ้นประมาณ 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้รายได้รวมของผู้ค้าปลีกน้ำมันทั้ง 3 รายเพิ่มขึ้นเป็น 5.83 ล้านล้านรูปี จาก 4.70 ล้านล้านรูปีในปีก่อน แม้ว่ากำไรจะถูกบั่นทอนจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงก็ตาม
วิกาส เคาชาล ประธานและกรรมการผู้จัดการของ Hindustan Petroleum กล่าวว่า “ในช่วงหนึ่ง คุณต้องอ้างอิงสมมติฐานว่าราคาน้ำมันดิบ Brent จะขึ้นไปถึง 110–115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงต้องซื้อน้ำมันล่วงหน้า 1.5–2 เดือน แต่จู่ ๆ ราคากลับร่วงลงถึง 25 ดอลลาร์ แล้วคุณจะจัดการกับสต็อกเหล่านั้นอย่างไร และกว่าคุณจะรับมือได้ ราคาก็กลับขึ้นมาอีก”
นั่นทำให้บริษัทมีสต็อกน้ำมันที่ต้นทุนสูง ขณะที่ราคาตลาดลดลง หากขายตามราคาตลาดก็ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อก ต่อมา พอเริ่มปรับตัวได้ ราคาน้ำมันก็ดีดกลับขึ้นอีก ทำให้วางแผนตั้งราคาขายและบริหารสต็อกได้ยาก
อ้างอิง: nikkei



