วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

เยนกลับมา ‘อ่อนค่า’ โซน 160 เยน/ดอลล์ ญี่ปุ่นถูกจับตาแทรกแซงค่าเงิน

เงินเยนผันผวนหนัก หลังแข็งค่าฉับพลันไม่นาน ก่อนกลับมา ‘ไหลอ่อนค่า’ ทะลุ 160 เยนต่อดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าญี่ปุ่นอาจแทรกแซงตลาดค่าเงิน ขณะที่ BOJ ส่งสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี

ค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่า “ทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์อีกครั้ง” ในการซื้อขายที่กรุงโตเกียวเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) หลังจากก่อนหน้าที่พุ่งแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับ 157 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงข้ามคืน ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอาจเข้าซื้อเงินเยนและขายดอลลาร์เพื่อแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

เหตุผลที่การฟื้นตัวของเยนเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เนื่องจากผู้นำเข้าและภาคธุรกิจของญี่ปุ่นเร่งเข้าซื้อเงินดอลลาร์ ส่งผลให้เงินเยน “กลับมาอ่อนค่าลง” อีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนจับตาท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) หลังมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด

แม้การประชุม BOJ จะไม่สร้างความประหลาดใจให้ตลาด แต่ถ้อยแถลงของคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ถูกมองว่ามีน้ำเสียง “เข้มงวด” มากขึ้น โดยส่งสัญญาณว่าคณะกรรมการจะเริ่มหารือเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยอย่างจริงจังในการประชุมเดือนกันยายน

เจสสิกา ไฮนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของ Fitch Ratings ระบุว่า แม้ยังไม่เชื่อว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยทันทีในเดือนกันยายน แต่คำกล่าวของอุเอดะช่วยตอกย้ำมุมมองว่า BOJ มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม สู่ระดับ 1.25% ก่อนจะทยอยปรับขึ้นต่อเนื่องจนแตะ 1.75% ภายในสิ้นปี 2027

เยนแข็งเพียงชั่วคราว ก่อนกลับมาอ่อนค่า

ข้อมูลจาก QUICK FactSet ระบุว่า เงินเยนแข็งค่าจาก 162.8 เยนต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 157.95 เยน ภายในเวลาเพียง 50 นาที ก่อนจะอ่อนค่ากลับสู่ระดับ 160 เยนเมื่อการซื้อขายในโตเกียวเริ่มคึกคัก

หลัง BOJ ประกาศคงดอกเบี้ย ค่าเงินเยนอ่อนลงต่อเนื่องแตะราว 160.85 เยนต่อดอลลาร์

ฮิโรฟูมิ ซูซูกิ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดเงินของ Sumitomo Mitsui Banking Corp. ระบุว่า การที่ BOJ “ไม่ส่งสัญญาณเชิงรุกมากพอ” ทำให้ตลาดกลับมาขายเงินเยนอีกครั้ง แม้การอ่อนค่าครั้งนี้ยังไม่พัฒนาเป็นแนวโน้มระยะยาว

เขามองว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต ยังคงเป็นแรงกดดันต่อเงินเยน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเป็นไปได้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดอีกครั้ง ทำให้ “ระดับ 162 เยนต่อดอลลาร์” กลายเป็นแนวต้านสำคัญ

นักวิเคราะห์หลายรายเชื่อว่า การแข็งค่าฉับพลันของเงินเยนมีลักษณะสอดคล้องกับการแทรกแซงตลาดของรัฐบาลญี่ปุ่น โดยมาซาฟูมิ ยามาโมโตะ หัวหน้านักกลยุทธ์ค่าเงินของ Mizuho Securities มองว่า รัฐบาลอาจใช้จังหวะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าหลังการประชุมเฟด เพื่อเร่งผลักดันให้เงินเยนแข็งค่ามากขึ้น รวมถึงสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน

เขายังตั้งข้อสังเกตว่า ครั้งนี้สหรัฐอาจให้ความร่วมมือมากกว่าปกติ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐที่แข่งขันกับญี่ปุ่น รวมถึงบริบททางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ

รายงานของนิกเกอิยังระบุว่า ทางการสหรัฐได้ดำเนินการ “Rate Check” หรือการที่เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางหรือกระทรวงการคลัง ติดต่อธนาคารพาณิชย์เพื่อสอบถามอัตราแลกเปลี่ยนและปริมาณการซื้อขายในตลาด ณ ขณะนั้น โดยยังไม่ได้เข้าไปซื้อหรือขายเงินตราจริง ซึ่งตลาดมักมองว่าเป็น “สัญญาณเตือน” ว่าทางการอาจกำลังเตรียมเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวว่า ญี่ปุ่นอาจได้เข้าแทรกแซงค่าเงินจริง พร้อมระบุว่าเงินเยนในปัจจุบัน “มีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานอย่างมาก”

ขณะที่ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นต่อความเคลื่อนไหวของค่าเงิน โดยกล่าวเพียงว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

แม้การแทรกแซงจะช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินเยนได้ในระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากเห็นตรงกันว่า ปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยนแปลง

มาโกโตะ โนจิ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดเงินของ SMBC Nikko Securities ระบุว่า เงินทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นยังคงไหลออกไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า โดยเฉพาะไหลไป “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ทำให้แรงกดดันต่อเงินเยนยังดำรงอยู่

อ้างอิง: nikkei